ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นร้อน
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์ OT
อธิบายพระคัมภีร์ NT
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความใหม่ Update
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » คำปรึกษา

หลักการและความหมายให้คำปรึกษา ๑

                                                                                 12

                                                     หลักการและความหมายให้คำปรึกษา(๑)

                                                         ธวัช  เย็นใจ เรียบเรียง

 

คำนำ

            คริสเตียนเรารู้ว่า พระเจ้าทรงเป็นที่ปรึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ทราบความจริงข้อนี้ดี ท่านจึงกล่าวว่า “เรื่องนี้มาจากพระยาเวห์จอมทัพด้วย พระองค์ทรงอัศจรรย์นักในการให้คำปรึกษา และวิเศษในเรื่องสติปัญญา” (อสย. ๒๘.๒๙)

                กษัตริย์ดาวิดเป็นอีกผู้หนึ่งที่ตรัสถึงยกพระเจ้าไว้เป็นที่หนึ่งในชีวิตเสมอ “ข้าพเจ้าถวายสาธุการแด่พระยาเวห์ ผู้ประทานคำปรึกษาแก่ข้าพเจ้า เออ ตอนกลางคืนจิตใจของข้าพเจ้าเตือนสอนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตั้งพระยาเวห์ไว้ตรงหน้าเสมอ เพราะพระองค์ประทับที่ขวามือ ข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นไหว” (สดด. ๑๕.๗-๘)

                ซาโลมอนก็ประจักษ์ความจริงถึงความสำคัญของการปรึกษาหารือ “แผนงานความคิดเป็นของมนุษย์ แต่คำตอบของลิ้นมาจากพระยาเวห์” (สภษ. ๑๖.๑) “ปราศจากการปรึกษาหารือ แผนงานก็ล้มเหลว แต่เมื่อมีผู้แนะนำจำนวนมาก แผนการนั้นก็สำเร็จ” (สภษ. ๑๕.๒๐) และ “แผนงานดำรงอยู่ด้วยคำแนะนำ(ปรึกษา) จงทำสงครามโดยมีการชี้แนะ” (สภษ. ๒๐.๑๘)

๑.ตัวอย่างที่ปรึกษา

                ตัวอย่างแรก : ในละครเกาหลีเรื่อง “แดจังกึม” ที่เข้ามาฉายทางทีวีของไทย ทำเอาผู้คนติดกันงอมแงมกันทั้งประเทศนั้น เราจะเห็นว่านางเอกคือแดจังกึม สามารถที่จะก้าวขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในพระราชวังได้ เพราะมีฮันซุงกุงเป็นที่ปรึกษาหารือและคอยชี้แนะอยู่ตลอดเวลา

                ตัวอย่างที่สอง : โฮเลนด์ โอปัส (Holend Opus) นักแต่งเพลงของวงออเคสตร้า แต่ไม่มีชื่อเสียงและทำเงินไม่ค่อยได้ ดังนั้น เขาจึงหันไปให้การสนับสนุนลูกศิษย์หลายคน จนกระทั่งในเวลาต่อลูกศิษย์บางคนกลายเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง

                ตัวอย่างในพระคัมภีร์ :

                (๑)ในพระคัมภีร์เดิมเราพบตัวอย่างที่ดี คนแรกคือ เยโธรเป็นที่ผู้ให้คำปรึกษาแนะนำแก่โมเสส ในเรื่องการดูแลบริหารงาน นำชนชาติอิสราเอลนับล้านคนออกจากประเทศอียิปต์ และเดินทางในทะเลทราย ๔๐ ปี จนกระทั่งถึงคานาอันแผ่นดินแห่งพระสัญญาของพระเจ้า

                คนที่สองคือ โมเสสกับโยชูวา ซึ่งใช้เวลาในการให้คำปรึกษาและฝึกฝนอบรมแบบตัวต่อตัวเป็นเวลานานถึง ๔๐ ปี ทำให้โยชูวามีวิทยายุทธแก่กล้า สามารถนำกองทัพอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน โจมตีเมืองต่างๆในดินแดนคานาอันและยึดครองตามพระสัญญาของพระเจ้า

                คนที่สามคือเอลียาห์กับเอลีชา เราจะเห็นว่าเอลีชาได้ติดสอยห้อยตามเอลียาห์ไปทุกที่ทุกแห่ง จนกระทั่งในวันสุดท้ายเขาได้รับเสื้อคลุม (การมอบอำนาจ) ก่อนที่เอลียาห์จะถูกรับขึ้นไปยังสวรรค์โดยรถม้าไฟ และทำเอลีชาได้กระทำพระราชกิจของพระเจ้าด้วยฤทธิ์เดช และงานเกิดผลเป็นสองเท่าของเอลียาห์

                คนที่สี่คือนาธาน(ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า)ให้คำปรึกษาหารือแก่กษัตริย์เดวิด แม้ว่ากษัตริย์ได้หลงไปทำความผิดบาปล่วงประเวณี แต่นาธันก็ใช้สติปัญญาอย่างลึกซึ้ง และได้นำกษัตริย์ดาวิดให้สำนึกตัว สารภาพความผิดบาปและกลับใจเสียใหม่

            ตัวอย่างของการให้คำปรึกษาที่แย่ๆก็คือพวกเพื่อนที่พยายามกล่าหาโยบ และต้องการให้โยบยอมรับว่า ได้ทำ

ความผิดบาปต่อพระเจ้า หากกลับใจเสียใหม่ สถานการณ์อันเลวร้ายต่างๆจะดีขึ้น แต่พระคัมภีร์บอกว่า เหตุการณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับโยบนั้น เป็นมาจากพระเจ้าและเป็นการทดสอบความเชื่อของโยบ

                (๒)ในพระคัมภีร์ใหม่ก็มีตัวอย่างมากมาย ของการให้คำปรึกษาหาหรือ เช่น

                -พระเยซูคริสต์กับเหล่าสาวก (มก. ๓.๑๓-๑๙)

                -ลูกากับเธโอฟีลัส (ลก. ๑.๑-๔, กจ. ๑.๑-๕)

                -เอลีซาเบธกับมารีย์ (ลก. ๑.๓๙-๔๕)

                -บารนาบัสกับเซาโล (กจ. ๙.๒๗)

                -เปาโลกับโอเนสิมัส (ฟม.) ทิโมธี (กจ. ๑๖.๑-๕, ๑-๒ ทธ.)  ทิตัส (ทต.) อควิลลา-ปริสสิลลา (กจ. ๑๘.๑-๔)  

                -อควิลลา-ปริสสิลลากับอปอลโล (กจ. ๑๘.๒๔-๒๘)

๓.การให้คำปรึกษา

                โดยทั่วไปแล้วการให้คำปรึกษาหารือจะมี ๒ ด้านคือ

                (๑)คำปรึกษาแนะนำเพื่อการเสริมสร้างให้เจริญเติบโตขึ้นทางด้านอารมณ์ จิตใจและจิตวิญญาณ เราเรียกวิธีนี้ว่า MENTORING ซึ่งมีผู้ให้คำนิยมคำนี้

                M=Meeting มีการพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ

                E=Encouraging มีการหนุนจิตชูกันซึ่งกันและกัน

                N=Nurturing มีการเติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณ

                T=Trusting มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ระหว่างผู้ให้คำปรึกษากับผู้มาขอรับคำปรึกษา

                O=Observing มีการสังเกตลักษณะนิสัย

                R=Reproducing มีการถ่ายทอดต่อกัน

                I=Impacting ส่งผลกระทบ(อิทธิพล)ต่อผู้อื่น

                N=Networking มีการเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ

                G=Giving การให้(มีความสุขยิ่งกว่าการรับ

            ในสังคมแบบตะวันตกมีความจำเป็นที่ต้องให้คำปรึกษาแนะนำอย่างเป็นทางการ(พิธีการ) แต่ในสังคมแบบเอเชียโดยเฉพาะแบบของคนไทยนั้น ส่วนมากอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นสำคัญ เรามีระบบอาวุโสในสังคมที่ผู้น้อยต้องให้ความเคารพนับถือผู้ใหญ่ หรือนักเรียนนักศึกษาต้องมีสัมมาคารวะต่อครูอาจารย์ มีการจัดลำดับ เช่น ปู่ยา ตายาย

ลุง พี่ป้า น้าอา ลูกหลาน แม้ว่าไม่ได้เป็นเครือญาติกัน แต่เราก็ใช้คำเหล่านี้เรียกกันอย่างสนิทปาก ดังนั้น การให้คำปรึกษาแบบไทยจึงเหมาะกับชนิดที่เป็นกันเอง (คือไม่เป็นทางการ) มากกว่า  

                (๒)การให้คำปรึกษาหารือสำหรับผู้มีปัญหาชีวิต

                โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดความทุกข์ทรมาน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจและจิตวิญญาณ อาการเหล่านั้นได้แก่ความเครียด ขาดความสุข ไม่มีความชื่นชมยินดี เก็บกด ความซึมเศร้า น้อยใจ ความผิดหวัง และความโกรธแค้น หรือเป็นภาวะทางจิต ไม่สามารถที่จะรักคนอื่นได้ (แน่นอน เขาย่อมไม่รักพระเจ้าด้วย)

                เป็นอาการที่จะเกิดขึ้นกับคนทั่วไปที่ไม่รู้จักพระเจ้า แต่สามารถเกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นคริสเตียนได้ด้วย ซึ่งเราเรียกว่า “กิจการฝ่ายเนื้อหนัง” ซึ่งเปาโลกล่าวถึงอาการนี้ไว้ประมาณ ๑๕ อย่าง คือ การล่วงประเวณี การโสโครก การเสเพล การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การฉุนเฉียวกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร (กท. ๕.๑๙-๒๑)

                วิธีแก้ไขปัญหาอย่างได้ผลเด็ดขาดคือ ต้องนำคนๆนั้นให้สำนึกถึงความชั่วร้าย กลับใจมาหาพระเจ้า สารภาพความผิดบาป ต้อนรับเอาพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ตามหลักการของพระคัมภีร์

                (๑) สำนึกตนว่าเป็นคนบาป (รม. ๓.๒๓)

                (๒) สารภาพบาปต่อพระเจ้า (๑ ยน. ๑.๙)

                (๓) ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด (ยน. ๑.๑๒, รม. ๖.๒๓)

                (๔) รับด้วยปากและเชื่อด้วยใจ (รม. ๑๐.๙-๑๐)

                (๕) มีสามัคคีธรรมกับพระเยซูคริสต์ (วว. ๒.๒๐)

                  หลังจากนั้นได้รับการสอนอบรมและเลี้ยงดูฝ่ายจิตวิญญาณ จนกระทั่งเจริญเติบโตในความเชื่อตามแบบชีวิตของคริสเตียน สิ่งที่ติดตามมาคือมีผลของพระวิญญาณเกิดขึ้น อันได้แก่ “ความรัก ความยินดี สันติสุข ความอดทน ความกรุณา ความดี ความซื่อสัตย์ ความสุภาพอ่อนโยน และการรู้จักบังคับตน” (กท. ๕.๒๒-๒๓)

๓.ปัญหาและการแก้ไข

                (๑)คนที่มีปัญหา

                สัญญาณที่บอกว่า คนหนึ่งคนใดกำลังมีปัญหาคือ เขาจะดำเนินชีวิตที่ผิดแผกไปจากปกติ (ไม่เหมือนเดิม) โดยแสดงออกทางกิริยาอาการ สีหน้า ท่าที เงียบลง หรือไม่พูดจาสุงสิงกับคนอื่น มองโลกในแง่ร้าย หรือพูดจาแบบคลุมเครือ วกวน จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่ตรงไปตรงมา และเวลาพูดไม่ยอมสบตา

                บางคนแสดงให้เห็นว่า ขาดความรักและความเอาใจใส่ น้อยใจในโชควาสนาของตนเองและหันไปหาสิ่งอื่น เช่น ดูทีวี เล่นเกมส์ ติดเพื่อน(ที่ไม่ดี)และทดลองติดยาเสพติด เป็นต้น

                (๒)การแก้ไข

                ประการแรก ที่ปรึกษาจะต้องเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับผู้ที่มีปัญหาแบบตัวต่อตัว ประการที่สอง มีโอกาสที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ข้อระวังอย่าทำแบบครูกำลังจับผิดนักเรียน หรือตำรวจทำการสอบสวนผู้ต้องหา เพราะจะทำให้ไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง  ประการที่สาม ที่ปรึกษาจะพยายามช่วยให้ผู้มาขอรับคำปรึกษายอมรับปัญหาที่เกิดและพร้อมที่จะทำการปรับปรุงแก้ไข

                หน้าที่ของที่ปรึกษาคือ

                ๑)เริ่มต้นด้วยการอธิษฐานเผื่อเรื่องนั้นๆ

                ๒)พยายามช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

                ๓)ให้คำปรึกษาแนะนำตามหลักของพระคัมภีร์

๔.วิธีการฟัง

                (๑)การฟังอย่างตั้งใจ

                ยก. ๑.๑๙ “พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงเข้าใจในเรื่องนี้ คือให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ”

                พระเยซูตรัสเกี่ยวกับการฟังบ่อยๆ “ใครมีหูก็จงฟังเถิด” (แน่นอน ทุกคนมีหู แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้ยิน) การฟังทำให้ที่ปรึกษาเข้าใจในความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม และชีวิตของผู้ที่มีปัญหา การเป็นผู้ฟังที่ดีทำให้ผู้มารับคำปรึกษารู้สึกไว้วางใจและประทับใจ

                บันได(LADDER)หรือขั้นตอนของการตั้งใจฟัง มีดังนี้

                L=Look มองประสานสายตา ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ พยายามจับประเด็นสำคัญปัญหาของผู้ที่มารับคำปรึกษา

                A=Ask ซักถามในจุดที่สงสัย (แต่ไม่จำเป็นต้องถามในทุกประเด็น) และพยายามแกะรอยของปัญหาของผู้ที่มาขอรับคำปรึกษา

                D=Don’t interrupt ไม่พูดแทรกหรือขัดจังหวะ(โดยไม่จำเป็น)ขณะที่รับฟังปัญหาอยู่ ถ้าหากว่าผู้พูดกำลังวกวนไปมา หรือน้ำท่วมทุ่ง ก็ควรจะสรุปเป็นระยะๆ เพื่อความเข้าใจที่ชัดแจ้งและตรงกัน

            D=Don’t change the subject อย่าเปลี่ยนเรื่องไปมา แต่ให้คิด ใคร่ครวญและติดตามปัญหาไปทีละประเด็น  

                E=Emotion เอาใจใส่การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของผู้มาขอรับคำปรึกษา ทั้งภาษาที

 
TAG :
เขียนเมื่อ :  28 ตุลาคม 2556 13:16:53 เข้าชม :  2372   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้รับใช้กับการให้คำปรึกษา ผู้รับใช้คือสาวกของพระเยซูคริสต์  
ผู้รับใช้กับการให้คำปรึกษา ผู้รับใช้คือสาวกของพระเยซูคริสต์
ตัวอย่าง : ศิษยาภิบาลคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุทำให้สมองผิด นายแพทย์แนะนำให้หาสมองมาเปลี่ยนภรรยาจึงออกไปหาซื้อสมองที่ตลาดมา สมองของศิษยาภิบาลชาวอเมริกัน ๓๐๐๐ เหรียญ สมองของศิษยาภิบาลชาวเกาหลี ๒๐๐๐ เหรียญ สมองของศิษยาภิบาลอินเดีย ๑๐๐๐ เหรียญ แต่สมองของศิษยภิบา
เข้าชม : 1417 ครั้ง
เข้าใจลักษณะนิสัยของมนุษย์  
เข้าใจลักษณะนิสัยของมนุษย์
“พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติมาจากคนๆเดียวให้อยู่ทั่วพิภพโลก และทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาทั้งหลายอยู่ด้วย เพื่อพวกเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะค้นหาและ” (กจ. ๑๗.๒๖-๒๗)
เข้าชม : 21268 ครั้ง
พระเยซูทรงรักษาคนง่อย  
พระเยซูทรงรักษาคนง่อย
การให้คำปรึกษา(counseling) เป็นการช่วยเหลือคนอื่นด้วยการพูดคุย การซักถามปัญหา ระบายความใจในใจ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประสบปัญญา ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ตามคำสอนของพระคริสตธรรมคัมภีร์และทำให้มีการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นและประสบความสำเร็จ
เข้าชม : 3220 ครั้ง
มนุษยสัมพันธ์กับการให้คำปรึกษา  
มนุษยสัมพันธ์กับการให้คำปรึกษา
“ผูกสนิทชิดเชื้อนี่เหลือยาก ถึงเหล็กฟากผูกไว้ก็ไม่มั่น จะผูกด้วยมนต์เสกลงเลขยันต์ ก็ไม่มั่นเหมือนผูกไว้ด้วยไมตรี” (สุนทรภู่) -การเข้าใจ(understand)ในผู้ที่มีปัญหานั้นสำคัญมาก
เข้าชม : 1268 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai