ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นร้อน
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์ OT
อธิบายพระคัมภีร์ NT
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความใหม่ Update
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » คำปรึกษา

เข้าใจลักษณะนิสัยของมนุษย์

                                                                                 10

                                                        เข้าใจลักษณะนิสัยของมนุษย์[1]

                                                           ธวัช เย็นใจ เรียบเรียง

 

คำนำ

                “พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติมาจากคนๆเดียวให้อยู่ทั่วพิภพโลก และทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาทั้งหลายอยู่ด้วย เพื่อพวกเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะค้นหาและ” (กจ. ๑๗.๒๖-๒๗)

                แม้ว่ามนุษย์ทั้งโลกจะสืบเชื้อสายมาจากอาดัมกับเอวา แต่ก็มิได้มีบุคลิกลักษณะนิสัยเหมือนกันหมด เพราะพระเจ้าไม่ได้สร้างให้เขาเป็นแบบ “หุ่นยนต์” แต่ทรงให้มีเสรีภาพในการคิด และมีอิสระในการดำเนินชีวิตตามวิถีทางที่ตนเองเห็นชอบ

                ต่อไปนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ “ลักษณะนิสัย” (Character) หรือคุณสมบัติ และบุคลิก (Personality) หรือลักษณะเด่นของมนุษย์ ๔ แบบด้วยกัน

๑.มนุษย์สี่จำพวก

                ในพระธรรม ๑ โครินธ์ ๒.๑๐-๓.๔ เปาโลได้กล่าวถึงมนุษย์ในโลกนี้ แบ่งออกเป็น ๓ จำพวก พวกแรกคือ มนุษย์ธรรมดา-psuchikos คนที่ยังจมอยู่ในวังวนแห่งความผิดบาป (คือคนที่ยังไม่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์) พวกที่สอง มนุษย์ฝ่ายวิญญาณ-pneumatikos  คือคนที่เชื่อพระเจ้าเป็นคริสเตียนแล้วและเจริญเติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณ และพวกที่สาม คือมนุษย์ฝ่ายเนื้อหนัง-sarkinos คือคนที่เป็นคริสเตียนแล้ว แต่ยังเป็นเหมือนทารกฝ่ายวิญญาณ ยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความผิดบาป    

                ก่อนหน้านี้ในราว กคศ. ๔๐๐ นายแพทย์และนักปรัชญาชาวกรีกชื่อฮิปโปเครตีส (Hippocrates) ได้ทำการแยกแยะมนุษย์ในโลกออกเป็น ๔ พวกด้วยกัน โดยกำหนดจากของเหลวในร่างกายคือ เลือด น้ำเหลือง น้ำดีและเสมหะ คือ คนที่มีอารมณ์สนุกสนาน เกี่ยวกับเลือดเรียกว่า “คุณร่าเริง” (sanguine) คนที่มีอารมณ์ร้อน เกี่ยวกับน้ำเหลืองเรียกว่า “คุณร้อนรน” (choleric) คนที่มีอารมณ์เศร้า เกี่ยวกับน้ำดีเรียกว่า “คุณโศกเศร้า” (melancholy) และคนที่มีอารมณ์เย็น เกี่ยวกับเสมหะเรียกว่า “คุณสงบ” (phlegmatic)

            ขอให้เข้าใจว่า มิใช่ว่าแต่ละคนจะมีลักษณะนิสัยแบบหนึ่งแบบใดเสมอไป แต่บางทีจะคละเคล้าผสมผสานกันไป เช่น ชายคนหนึ่งอาจจะมีอารมณ์สนุกสนาน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีอารมณ์เศร้า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่บางคนอาจจะมีมากกว่าสองอย่าง เช่น อารมณ์ร่าเริง ๕๐ เปอร์เซ็นต์  อารมณ์ร้อน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อารมณ์เร้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และอารมณ์เย็น ๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

๑.คนอารมณ์สนุกสนาน

            คุณร่าเริง (Sparky Sanguine)  เป็นคนที่อบอุ่น มีชีวิตชีวา เข้าถึงง่าย เป็นที่ประทับใจของผู้คนที่พบเห็น และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบข้างจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเขาเช่นกัน ไม่ค่อยคิดและไตร่ตรองให้ดี มักจะตัดสินใจจากความรู้สึกมากกว่าเหตุผล

            (๑)จุดเด่นของคุณร่าเริง

                คุณร่าเริงมีความกระตือรือร้น มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ มักเป็นนักเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ชอบใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คน มีความคิดสร้างสรรค์ เขาเป็นคนที่ไม่เคยขาดเพื่อนเลย ชอบเข้าร่วมงานประชุมพบปะเลี้ยงสังสรรค์ เขาสามารถที่จะสัมผัสกับใจของคนอื่นๆได้ง่าย  สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้ ไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์ที่กำลังโศกเศร้าหรือชื่นชมยินดี ดังนั้นคุณร่าเริงจึงมีเพื่อนใหม่ๆเสมอ

                นักวิเคราะห์นิสัยได้กล่าวถึงคุณร่าเริงว่า “คนที่มีอารมณ์ร่าเริง มีความสามารถเฉพาะตัวที่พระเจ้าทรงประทาน

ให้ เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่กับโลกปัจจุบันอย่างมีความสุข” เพราะเขาไม่ค่อยคิดถึงความขมขื่นหรือผิดหวังในอดีต และไม่หวั่น

เกรงว่าจะมีเหตุการณ์อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อกลับใจเป็นคริสเตียนแล้ว เขาพร้อมเสมอที่จะเข้าร่วมงานรับใช้พระเจ้าในคริสตจักร โดยไม่คิดถึงค่าจ้างรางวัลใดๆ

                (๒)จุดด้อยของคุณร่าเริง

                แต่คุณร่าเริงก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน เนื่องจากเขาเป็นคนไม่อยู่นิ่ง ตื่นเต้นง่าย จึงทำให้มีกิจกรรมมากเกินไป ทำไม่จริงจังและขาดระเบียบแบบแผน มักจะตัดสินใจผิดพลาดบ่อยๆ ผลกระทบทางด้านจิตวิญญาณคือ ไม่มีเวลาที่จะนิ่งอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ในการอ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน นมัสการ และแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าเป็นส่วนตัว ดังนั้นชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณจึงไม่เกิดผลในระยะยาว ในลักษณะที่พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “จับคันไถและหันหน้ากลับเสีย” (ลก. ๙.๖๒)

                ดังที่กล่ามาแล้ว คุณร่าเริงมักเบิกบานอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถร้องไห้ได้ทันที เมื่อถูกเร้าทางอารมณ์ เขาจะชอบรับปากแบบง่ายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถลืมได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน ลืมข้อตกลง ลืมวันเวลานัดหมาย ไม่ชอบมีเส้นตาย ทิม ลาเฮย์บอกว่า “ไม่มีลักษณะอารมณ์แบบไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตัณหาหรือความปรารถนาเท่ากับคุณร่าเริง เนื่องจากขาเปิดรับอารมณ์ในทุกๆด้าน จิตใจอ่อนแอจึงตกลงในการทดลองบ่อยครั้ง”

                แต่ถ้าคุณร่าเริงแสวงหาการประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (กท. ๕.๒๒) ก็จะมีความอดกลั้นใจ และการรู้จักบังคับตน ละเว้นเสียจากตัณหาของคนหนุ่มสาว และไม่จัดเตรียมสิ่งต่างๆไว้บำรุงบำเรอเนื้อหนัง เขาจะเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ในพระราชกิจของพระองค์    

                (๓)งานของคุณร่าเริง

                อาชีพที่เหมาะสำหรับคุณร่าเริงคือนักขาย เจ้าหน้าที่ของโบสถ์ แผนกต้อนรับ ครูอาจารย์ นักพูด นักแสดง ประชาสัมพันธ์ และบางครั้งก็อาจจะเป็นผู้นำที่ดีด้วย

                (๔)ตัวอย่างบุคคลจากพระคัมภีร์

                ขอให้นักศึกษาจากชีวิตของเปโตรว่า มีบุคลิกลักษณะของคุณร่าเริงมากน้อยแค่ไหน? ท่านพบได้กับพระเยซูคริสต์ที่ชายทะเลสาบกาลิลี เปโตรก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เมื่อพระองค์ทรงเรียกให้เป็นติดตามไปเป็นสาวก ท่านก็ทิ้งอวนและเรือติดตามพระองค์ไปทันที  เปโตรเป็นคนตอนสนองง่าย และให้คำสัญญาแบบรวดเร็วด้วย แต่ก็ลืมง่ายๆเช่นกัน (โดยการปฏิเสธพระเยซูถึงสามครั้ง) แต่ในที่สุด ท่านก็ยอมตายเพื่อพระองค์ โดยถูกตรึงบนไม้กางเขนแบบเอาหัวห้อยลง

๒.คนอารมณ์ร้อน

            เราให้ชื่อคนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้ว่า “คุณร้อนรน” หรือคุณกระตือรือร้น มีนิสัยชอบกระวีกระวาด สู้ไม่ถอย ชีวิตของเขามุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว (ตัวอย่าง : เหมือนดังรถไถยี่ห้อคูโบต้า ที่มีสี่เกียร์เดินหน้า และตกหล่มไม่ดับ, หรือเหมือนกับเครื่องบิน ที่ไม่มีเกียร์ถอยหลัง)

            (๑)ลักษณะเด่นของคนอารมณ์ร้อน

            คุณร้อนรนและหนักแน่น (Rocky Choleric) บุคลิกลักษณะชีวิตของเขาคือ ใจร้อน รวดเร็ว กระตือรือร้น ชอบลง

มือทำทันที มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า คนแบบนี้จะรู้สึกพึงพอใจและเชื่อมั่นในตนเอง เป็นเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาด เชื่อในความคิดเห็นของตนเอง ตัดสินใจสำหรับตนเองได้ง่าย และตัดสินใจสำหรับคนอื่นก็ง่ายด้วย

                คุณร้อนรนมีกิจกรรมมาก เขามีชีวิตเพื่อ “ทำงาน” เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยแรงกระตุ้นหรือปัจจัยภายนอก เขา

มีความคิด แผนการที่ดีเยี่ยมและความทะเยอทะยานสูงมาก ยืนหยัดอยู่บนหลักการความถูกต้อง เขาสามารถต่อต้านความไม่เป็นธรรมในสังคม  ต่อสู้เรื่องการทำผิดศีลธรรมและจริยธรรมได้

                คุณร้อนรนไม่ย่อท้อต่อความทุกข์ยากลำบาก อันที่จริงอุปสรรคกลับเป็นแรงส่งเสริมเสียอีก ถือว่า “ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง” เขาสามารถประสบความสำเร็จได้ในขณะที่คนอื่นๆกลับล้มเหลว มีความสนใจศิลปะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คำจำกัดความสำหรับคุณร้อนรนคือ “เขาเกิดมาพร้อมกับความเป็นผู้นำ”  มีเป้าหมายที่ชัดเจน “นี่คือสิ่งเดียวที่ผมทำ” ดังนั้น โดยธรรมชาติแล้วคุณร้อนรนเป็นผู้นำที่ดี เนื่องจากความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว กล้าได้กล้าเสีย เป็นผู้วินิจฉัยที่ดีและยอมเสียสละเพื่อผู้อื่น

                (๒)ลักษณะด้อย

                คุณร้อนรนมีความแข็งกระด้าง ความโกรธ และหุนหันพลันแล่น เขาไม่ค่อยจะสงสารหรือเห็นอกเห็นใจใครง่ายๆ

และมักจะรำคาญต่อคนเจ้าน้ำตา มีความคิดที่เป็นระบบระเบียบ แต่ไม่ใส่ใจในข้อหยุมๆหยิมๆ  ดูถูกดูหมิ่นคนที่อ่อนแอ และจะเดินข้ามคนที่ขวางหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วและแข็งกร้าว จึงมีคำพูดว่า “บนถนนแห่งความสำเร็จของคนร้อนรนนั้น ตามรายทางได้ฝากรอยแผลไว้กับคนเป็นจำนวนมาก” มักจะเป็นคนค่อนข้างยโสโหดร้ายและวางตัวเป็นนายคนอื่น  ชอบผูกพยาบาทนานและหาทางแก้แค้น ขอโทษคนอื่นยากมาก หลายคนจึงลงความเห็นว่า คุณร้อนรนเป็นนักฉวยโอกาสตัวยง

            (๓)เมื่อคุณร้อนรนมาถึงพระเยซู

            เนื่องจากเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองสูง และมุ่งไปสู่ความสำเร็จให้จงได้ จึงทำให้คุณร้อนรนเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงมาถึงความรอดในพระเยซูคริสต์ได้ค่อนข้างยาก เพราะมีจิตใจแข็งและเชื่อคนอื่นยาก เขาไม่อาจสามารถเชื่อในคำตรัสที่ว่า “ถ้าปราศจากเราแล้ว ท่านทำสิ่งใดไม่ได้เลย” (ยน. ๑๕.๕) แต่ถ้าหากพบการสำแดงอย่างอัศจรรย์ เขาได้ยอมจำนนและสารภาพความบาป กลับใจใหม่ เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์แล้ว จะกลายเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ได้อย่างมากมาย

                (๔)ตัวอย่างจากพระคัมภีร์

                เปาโลมีลักษณะนิสัยของพวกเมลันคอริค ขอให้เราศึกษาจากชีวิตของท่านดูอย่างละเอียดใน กิจการบทที่ ๙ มีความเป็นผู้นำสูงมาก จิตใจมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ศาสนายิวไว้ แม้ว่าจะต้องฆ่า(สเทเฟน)ผู้ที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้น คริสเตียนที่ดามัสกัสจึงเป็นเป้าหมายต่อไป พระเยซูได้สำแดงการอัศจรรย์ ทำให้ล้มลงและตาบอดไปถึงสามวัน เมื่อกลับใจใหม่แล้ว

เปาโลกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการคริสเตียน ไปประกาศข่าวประเสริฐในเอเชียและยุโรป และตั้งคริสตจักรขึ้นหลายที่หลายแห่ง พร้อมกับเขียนพระคัมภีร์ใหม่อีก ๑๓ เล่ม และสุดท้ายท่านยอมตายเพื่อพระคริสต์

๓.คนที่มีอารมณ์เศร้า

                เขามีชื่อว่า “คุณเคร่งขรึม”  (Maestro Melancholy) หรือคุณสนธยา เป็นคนที่มีพรสวรรค์ในหลายๆด้าน แต่ชีวิตของเขามีแต่ความเงียบขรำและหม่นหมอง เหมือนท้องฟ้าใกล้ค่ำยามในฤดูหนาวที่มีบรรยากาศหดหู่และวังเวง  

                (๑)จุดเด่นของคนแบบเมลันคอสี่

            คนอารมณ์เศร้าเป็นผู้ที่มีความสามารถมากที่สุดในบรรดาคนทั้งสี่แบบ เขาเป็นนักวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม มีพรสวรรค์ ยอมอุทิศตัว มีมาตรฐานที่สูงและพอใจแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น (perfect Man) เป็นคนที่ไวต่อความรู้สึก มีความสุขและชอบงานศิลปะมาก บางครั้งเขาเป็นพี่พึ่งพาอาศัยของคนอื่นอารมณ์อื่นได้   

                โดยทั่วไปคุณเคร่งขรึมเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว และจะแสดงอารมณ์ความชื่นชมยินดีออกมาในบางครั้ง ส่วนใหญ่จะซึมเศร้าและเก็บกด จึงทำให้ดูเหมือนว่าไม่ค่อยเป็นมิตรกับใคร และกลายเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นๆได้ยาก (ชอบให้คนอื่นเข้ามาหาตนเองก่อน) ด้วยความสามารถเฉพาะตัวในการวิเคราะห์วิจัย  เมื่อเขาได้ยินได้ฟังโครงการใหม่ๆมักจะตั้งข้อสงสัย(ขัดแย้ง)ไว้ก่อนเสมอ และเป็นคนที่ไม่ออกหน้าออกตา แต่ชอบทำงานอยู่เบื้องหลังคนอื่น

                คนแบบคุณเคร่งขรึม (เมลันคอลี่) หรือคุณสนธยา สามารถค้นพบความหมายที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตได้ และยอมอุทิศตนเพื่อสิ่งนั้น และดำเนินชีวิตอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้การงานและชีวิตประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีที่สุด ในโลกนี้มีผู้ที่อัจฉริยะยิ่งใหญ่หลายคน เขาเป็นนักศิลปะ นักดนตรี นักประดิษฐ์ นักการศึกษา อาชีพที่เหมาะสมคือ นักวิทยาศาสตร์ หมอวินิจฉัยโรค สถาปนิก นักปรัชญา และนักเขียน

                (๒)จุดด้อยของคนอารมณ์เศร้า

                คุณเคร่งขรึมเป็นคนที่มีจิตใจและอารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหวง่าย  มักเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง และเป็นคนที่ชอบตรวจสอบตนเองอยู่บ่อยๆ มักจะวิเคราะห์ทุกสิ่งเหมือนกับการ “ปลอกหัวหอม” ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีค่าที่สุดสำหรับตนเองมาก จนกระทั่งกลายเป็นคนขี้สงสัยและระแวง หากมีใครสองคนยืนซุบซิบกันอยู่ เขาตั้งสงสัยและเดาผิดว่า สองคนนี้กำลังนินทาตัวเขาเอง

                คุณสนธยามีแนวโน้มกลายเป็นคนชอบวิพากษ์วิจารณ์ เพราะคนอื่นไม่สามารถไปถึงจุดที่เขาคาดหวังได้ และบางครั้งคนอารมณ์เศร้าอาจกลายเป็นโรคประสาทได้ เนื่องจากวิตกกังวลและเกรงว่าตนเองจะตกจากมาตรฐานที่ตั้งไว้

ความผิดพลาดเล็กๆน้อยมักจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และเมื่อแต่งงานแล้วมักจะมีปัญหาครอบครัว เพราะคู่สมรสทำได้แค่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น ชายหญิงหลายคนจึงไม่ยอมแต่งงาน เพราะกลัวความผิดหวัง

                ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งสำหรับคนอารมณ์เศร้า เขาเป็นคนค่อนข้างอาฆาตพยาบาท ให้อภัยยากต่อคนที่สบประมาทหรือถูกถูกดูหมิ่นเขา ภายนอกอาจจะดูสงบเงียบ แต่ภายในจิตใจของเขาพลุ่งพล่านไปด้วยความโกรธและหาทางแก้แค้นอยู่เสมอ   

                (๓)บุคคลตัวอย่างจากพระคัมภีร์

                ขอให้นักศึกษาอ่านเรื่องราวชีวประวัติของโมเสส เอลียาห์ ซาโลมอน ยอห์น

TAG :

เขียนเมื่อ :  28 ตุลาคม 2556 13:14:50 เข้าชม :  21267   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
มนุษยสัมพันธ์กับการให้คำปรึกษา  
มนุษยสัมพันธ์กับการให้คำปรึกษา
“ผูกสนิทชิดเชื้อนี่เหลือยาก ถึงเหล็กฟากผูกไว้ก็ไม่มั่น จะผูกด้วยมนต์เสกลงเลขยันต์ ก็ไม่มั่นเหมือนผูกไว้ด้วยไมตรี” (สุนทรภู่) -การเข้าใจ(understand)ในผู้ที่มีปัญหานั้นสำคัญมาก
เข้าชม : 1268 ครั้ง
หลักการให้คำปรึกษาและความหมาย  
หลักการให้คำปรึกษาและความหมาย
หลักการให้คำปรึกษาและความหมาย
เข้าชม : 1102 ครั้ง
การให้คำปรึกษา  คือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  
การให้คำปรึกษา คือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ตัวอย่าง : คนหมดหวังในชีวิตมักจะไปกระโดดน้ำตายที่สะพานโกลเด้นเกต จึงต้องมีที่ปรึกษาคอยเฝ้าตลอด ๒๔ ชั่วโมง และที่ปรึกษากับคนที่มีปัญหาต่างก็มีปัญหาหนักทั้งคู่ ดังนั้นเขาจึงกอดคอกันร้องไห้ แล้วทั้งสองคนก็กระโดดลงสะพานและเสียชีวิตทั้งคู่
เข้าชม : 2369 ครั้ง
หลักการให้คำปรึกษา  
หลักการให้คำปรึกษา
มีเรื่องเล่าว่า นายทหารคนหนึ่งได้ขี่ม้านำหน้ากองทัพออกไปรบ เมื่อมาถึงที่แม่น้ำสายหนึ่งที่ไหลเชี่ยว ก็ไม่กล้าข้าม และเหลียวซ้ายแลขวาเห็นเด็กชายเล็กๆคนหนึ่งนั่งเล่นอยู่ที่ริมฝั่งน้ำ จึงเข้าถามว่า “นี่หนู แม่น้ำนี้ข้ามได้ไหม?”
เข้าชม : 1255 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai