ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นร้อน
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์ OT
อธิบายพระคัมภีร์ NT
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความใหม่ Update
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » คำปรึกษา

มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี กับการให้คำปรึกษา

ผู้รับใช้กับการให้คำปรึกษา

อ. ธวัช เย็นใจ

                                                     9

                                                                   มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี

                                                     กับการให้คำปรึกษา

 

คำนำ

                การให้คำปรึกษาเกี่ยวข้องกับมนุษย์สัมพันธ์[1]

                ผูกสนิทชิดเชื้อนี่เหลือยาก   ถึงเหล็กฟากผูกไว้ก็ไม่มั่น

            จะผูกด้วยมนต์เสกลงเลขยันต์  ก็ไม่มั่นเหมือนผูกไว้ด้วยไมตรี (สุนทรภู่)

                การให้คำปรึกษาที่ดี หนึ่ง อาจช่วยทำให้คนยากจนร่ำรวยขึ้นมาได้ (ร่ำรวยน้ำใจ, ความเชื่อ) สอง คำปรึกษาที่ดีอาจช่วยทำให้คนเจ็บไข้ได้ป่วยกลายเป็นคนที่มีสุขภาพดี  สาม คำปรึกษาที่ดีอาจช่วยทำให้คนต่ำต้อยกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง และสี่ คำปรึกษาที่ดีอาจช่วยทำให้คนพ่ายแพ้กลายเป็นคนที่มีชัยชนะ

                ตัวอย่าง : ความบกพร่องของการสื่อสาร(มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี) ลูกชาย ๓ คนต้องการเอาใจแม่ คนแรกซื้อบ้านให้อยู่ คนที่สอง ซื้อรถยนต์ใหม่ และคนที่สามซื้อนกแก้วพูดได้ ๓ ภาษา

๑.หลักมนุษยสัมพันธ์เพื่อการให้คำปรึกษา

                (๑) ศิลปะแห่งการเข้าถึงคน

                วิชาการให้คำปรึกษาเป็นเรื่องของ ศิลปะแห่งการเข้าคน Clarence Fransis กล่าวว่า เราอาจจะซื้อร่างกาย ความรู้ความสามารถ และซื้อเวลาได้ แต่ไม่สามารถซื้อจิตใจของคนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซื้อความกระตือรือร้น กำลังใจ ความรักใคร่นับถือ ความศรัทธา และความจงรักภักดี จะต้องซื้อด้วยความดีและศิลปะแห่งการเข้าคน

                คำถาม : อะไรเอ่ย ใต้จมูก เหนือคาง ระหว่างแก้ม?

                สภษ. ๑๕.๑ “คำตอบนุ่มนวลช่วยละลายความโกรธเกรี้ยวให้หายไป แต่คำกักขฬะเร้าโทสะ” ขอให้ตระหนักว่า เป็นคนพูดด้วยความจริงใจ ไม่เหมือนกับที่คนภาคเหนือบอกว่า “ปากเหมือนว่าแต้ ในใจ๋ขื่นขม จุ๊เปิ้นเมาจม ผายลมออกเล้น”

                คส. ๔.๕-๖ “จงปฏิบัติต่อคนนอกด้วยสติปัญญา โดยใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ จงให้คำของท่านทั้งหลายประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอ ปรุงด้วยเหลือที่มีรส เพื่อท่านจะได้รู้ว่า ควรจะตอบแต่ละคนอย่างไร”

ตัวอย่าง : นิทานอีสปเรื่องดวงอาทิตย์กับสายลม ท้าพนันกันว่า  ใครจะทำใครคนที่เดินบนถนนถอดเสื้อได้

(๒) การพึ่งพาอาศัยพระวิญญาณบริสุทธิ์

ยน. ๑๔.๑๖ พระเยซูคริสต์ทรงสัญญาจะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่ง parakletos (มาจากคำว่า para=อยู่เคียงข้าง kaleo=ผู้ที่ถูกเรียกมา) พระวิญญาณเป็นผู้ที่พระเจ้าส่งมาให้อยู่เคียงข้างคริสเตียน เพื่อช่วยเหลือ อุปถัมภ์ค้ำจุนในยามยากลำบาก  

                (๓) รู้ความต้องการของมนุษย์

                Dr. S.H. Maslow (นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงของโลก) ได้กล่าวถึงความต้องการของมนุษย์ไว้ ๕ ขั้นตอน อย่างน่าสนใจมาก คือ  

                ๑.มนุษย์มีความต้องการขั้นพื้นฐาน (คือปัจจัยสี่ เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค)

                ข้อคิด : คนจนกับคนรวยคิดต่างกัน “คนรวยคิดว่าจะกินอะไรดี-คนจนคิดว่าจะเอาอะไรกิน, จะใส่เสื้อผ้าตัวไหน, จะอาเสื้อผ้าที่ไหนใส่, จะเอาเงินไปฝากแบ้งค์ไหน, จะไปยืมเงินจากที่ไหน!

                ๒.ต้องการความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (ทำประกันอุบัติและประกันชีวิตจะมีบทบาทในช่วงนี้)

                ๓.มนุษย์ต้องการให้สังคมยอมรับและรัก (คือมีความสัมพันธ์กับคนอื่นได้ดี เข้ากับเพื่อนบ้านและช่วยเหลืองานสังคม) 

                ๔.มนุษย์ทุกคนต้องการความเจริญก้าวหน้า (คือ การตัดสินใจด้วยตนเอง  ใช้ความสามารถและฝีมือในการทำงานให้รุ่งเรืองขึ้น) มีเงิน บ้าน ที่ดี และสะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับอนาคต  

                ๕.ความพึงพอใจที่จะทำอะไรเป็นพิเศษด้วยตนเอง (ไม่ติดยึดอยู่กับกฎระเบียบและประเพณี)

                ตัวอย่าง : รํฐมนตรีมีรถโรลสรอยส์ราคา ๓๐ ล้าน, พระสงฆ์มีเครื่องบินเจท, หรือไปทัวร์ที่ดาวอังคาร เป็นต้น  

๒.การให้กำลังใจ

                วิธีการให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ[2]

                หมายถึง การใช้คำพูดหรือการกระทำ เพื่อลดและผ่อนคลายความวิตกกังวลและความทุกข์ ความเดือดเนื้อร้อนใจ ความรู้สึกเจ็บปวด ความผิดหวัง และความชอกช้ำใจ (ข้อสังเกต : ส่วนมากคนที่มาขอรับคำปรึกษาจะมองเห็นปัญหาใหญ่โตเกินความเป็นจริง)

                ตัวอย่าง : ถ้าเราแต่ละคนเอาปัญหาของตนเองออกมากองตรงหน้า แล้วเปรียบเทียบว่าของใครใหญ่หรือมากกว่ากัน แล้วเราจะค่อยๆเก็บเอาปัญหาของเราและเดินจากไป เพราะเมื่อเราเห็นปัญหาของคนอื่นแล้ว ก็พบว่าปัญหาของเราเล็กนิดเดียว

                การให้กำลังใจด้วยวาจา กริยาท่าทาง สีหน้า และแววตา สิ่งสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดคือ การให้กำลังด้วยพระคัมภีร์ซึ่งเป็นพระวจนะของพระเจ้า (๒ ทธ. ๓.๑๖)  

ประการแรก สำรวจดูความคิด ความรู้สึก อารมณ์และเจตนารมณ์ของผู้มาขอรับคำปรึกษา ใช้คำถามแบบเปิด ทบทวนคำพูด และสรุปประเด็นสำคัญ

ประการที่สอง สะท้อนความรู้สึก เช่น เข้าใจ เห็นด้วยและเห็นอกเห็นใจ (แสดงความรู้สึกร่วม) แสดงตัวเป็นฝ่ายเดียวกัน

ประการที่สาม ค้นหาสิ่งที่ดี(ศักยภาพ)ในตัวของผู้มาขอรับการปรึกษา โดยใช้คำถามหรือการกระตุ้นให้แสดงความรู้สึกออกมา บอกเขาว่า ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามความคิดของเรา คิดดีก็จะทำดี คิดชั่วก็จะทำชั่ว  มนุษย์คิดสิ่งใดก็จะทำสิ่งนั้น  (มธ. ๑๒.๓๕)

ประการที่สี่ ให้กำลังใจแก่ผู้มาขอรับคำปรึกษา โดยสนับสนุนให้ลงมือทำ  เหมือนที่เปาโลได้หนุนใจทิโมธีให้ค้นหาศักยภาพของตนเอง ระลึกถึงความเชื่ออันจริงใจของท่าน...อันของประทานของพระเจ้าที่มีอยู่ในตัวท่าน...ขอเตือนว่าจงกระทำให้รุ่งเรืองขึ้น...พระเจ้ามิได้ประทานความขลาดกลัว แต่ประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ความรัก (๒ ทธ.๑.๕-๗)

ตัวอย่าง : ซูฉินนักการทูตของจีนในสมัยจั้นกั๊ว หนิง เหวย จี โข่ว อู่เหวย หนิว โฮ่ จงแป็นปากไก่ อย่าเป็นตูดวัว

ประการที่ห้า ให้เขาเสาะแสวงหาสิ่งสำคัญอันดับแรกก่อน แผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ (มธ. ๖.๓๓)  ตัวอย่าง : เศรษฐีจัดงานเลี้ยงเด็กกำพร้า ให้ทุกคนเลือกของขวัญที่ชอบมากที่สุด เด็กคนหนึ่งไม่ยอมเลือกของขวัญ เพราะ “อยากจะเป็นลูกของเศรษฐี”

ตัวอย่าง : ตอนแรกเปโตรคิดว่าอาชีพประมงสำคัญจนกระทั่งได้พบพระเยซู  (ศักเคียสอาชีพเก็บภาษี  และเปาโลนักศาสนา)

๓.การสื่อสัมพันธ์ที่ดี

                หลักการของ Dr. Robert R. Aurmur  การสื่อสัมพันธ์ที่ดี ๑๐ ประการ

                (๑)เกี่ยวกับความคิด

                เราจะต้องทำความเข้าใจในความคิดของเราให้แจ่มแจ้งเสียก่อน ที่จะพูดออกไป เปาโลบอกว่า “ถ้าเสียงแตรสัญญาณรบดังไม่ชัดเจน ใครจะเตรียมตัวเข้าทำศึกสงครามได้” (๑ คร. ๑๕.๘) มีคำเตือนสำหรับที่ปรึกษาว่า “ต้องคิดทุกคำที่จะพูด แต่ไม่จำเป็นต้องพูดทุกคำที่คิด” 

                (๒) มีเป้าหมาย

                ผู้ฟังของเราคือใคร อาชีพอะไร อายุเท่าไหร่ และมีปัญหาอะไร เพราะคนแต่ละช่วงอายุมีความคิดและปัญหาไม่เหมือนกัน หากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนก็เหมือนกับคำพูดของเปาโลที่บอกว่า เปรียบเหมือนนักมวยที่ชกลม  บางคนแนะนำว่า “เดินกับเด็กต้องเดินนำหน้า เดินกับวัยรุ่นต้องเดินเคียงข้าง และเดินกับผู้อาวุโสต้องเดินตามหลัง”

                (๓) ศึกษาเบื้องหลังก่อน

                สภาพแวดล้อม เบื้องหลังชีวิต และนิสัยใจคอของผู้ที่มาขอรับคำปรึกษา

                (๔) ที่ปรึกษานั้นสำคัญ

                เราต้องตระหนักว่า  เราเป็นภาชนะที่สำคัญซึ่งพระเจ้าจะทรงใช้งานได้ ตระหนักในข้อพระคัมภีร์ที่ว่า ปราศจากการปรึกษาหารือ แผนงานก็ล้มเหลว แต่มีผู้แนะนำมากๆงานนั้นก็สำเร็จ (สภษ. ๑๕.๒๐) ตัวอย่าง :

โมเสสมีเยโธรพ่อตาเป็นที่ปรึกษา กษัตริย์ดาวิดมีนาธันเป็นที่ปรึกษา  โยบมีเพื่อนๆเป็นที่ปรึกษา ซาโลมอนมีที่ปรึกษาทั้งคนหนุ่มและผู้อาวุโส

                (๕) น้ำเสียง

                ในการให้คำปรึกษาน้ำหนักเสียงเป็นสิ่งที่จำเป็น เสียงหนัก เสียงเบา ความเงียบเพื่อใช้เวลาในการไตร่ตรองหาคำพูดที่เหมาะสม  ถ้อยคำที่ดี กระทำให้เขาชื่นชม (สภษ. ๑๒.๒๕) อีกตอนหนึ่งบอกว่า “ถ้อยคำเหมาะๆ ถูกกาละเทศะเป็นเหมือนแอปเปิ้ลล้อมเงิน” (สภษ. ๒๕.๑๑)

                (๖) ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มาขอรับคำปรึกษา

                พระคัมภีร์บอกว่า จงทำดีเสมอต่อพวกท่านเอง และต่อคนทั้งปวงด้วย (๑ ธส. ๕.๑๕) หนังสือนักขายบอกหลักการสำคัญว่า  อย่าทำมิตรให้กลายเป็นลูกค้า แต่จงทำลูกค้าให้กลายเป็นมิตร  และ จูงวัวจูงควายให้จูงที่จมูก แต่จูงคนให้จูงที่ใจ

                (๗) ติดตามผล

                กจ. ๑๕.๓๖ เปาโลกับบารนาบาเป็นนักเยี่ยมเยียนติดตามผลที่ยอดเยี่ยม จดหมายฝากของท่านในพระคัมภีร์ใหม่ มีรายชื่อบุคคลทั้งชายและหญิงจำนวนมาก สมัยปัจจุบันติดตามผลง่ายกว่า ด้วยการใช้โทรศัพท์ เอสเอ็มเอส อีเมล เฟซบุ๊ค (ผมเลือกใช้สองอย่างหลัง เพราะไม่ต้องเสียเงินค่าบริการ)

                ตัวอย่าง : อีเมลเจ้าปัญหา นักธุรกิจคนหนึ่งเดินทางไปต่างประเทศที่กันดาร อีเมลถึงภรรยา(แต่ใส่อีเมลแอดเดรสผิด) “ที่รัก ผมถึงเป้าหมายโดยปลอดภัย ที่นี่สะดวกสบายพอสมควร เขาอนุญาตให้เขียนอีเมลคนละสองฉบับ ตอนนี้เรากำลังจัดเตรียมงานเพื่อรอวันที่คุณจะมา” ที่เท็กซัสมีหญิงคนหนึ่งเพิ่งกลับจากการฝังศพของสามี และเปิดอีเมลเลยเป็นลมสลบไป ลูกชายมาพบข้อความในอีเมลนั้น  

                (๘) หวังผลในวันนี้และอนาคต

                การให้คำปรึกษาที่ดีนั้นจะเริ่มต้นด้วยการอธิษฐาน เพื่อทูลขอพระเจ้าให้ประทานสติปัญญาและทางออกที่ดี และหวังผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

                (๙) มีชีวิตที่สอดคล้อง

                ขอให้ตระหนักว่า คนไม่สนใจคำแนะนำ(คำเทศนา คำสอน)ของเราในฐานะที่ปรึกษา เท่ากับชีวิตส่วนของเรา เปาโลกล่าวว่า จงเลียนแบบข้าพเจ้าเหมือนที่ข้าพเจ้าเลียนแบบพระคริสต์ (๑ กธ.๑๑.๑) เลียนแบบในการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ นมัสการ ถวายทรัพย์ และการเอาใจใส่ช่วยเหลือคนอื่น

                (๑๐) รู้จักตนเอง

                ผู้ที่รักจักคนอื่นย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่คนที่รู้จักตนเองก็ดีกว่า ดังที่ซุนหวูนักปราชญ์ของจีนกล่าวว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

                หมายเหตุ : อย่าแสดงความเฉลียวฉลาดอย่างโจ่งแจ้ง  

๔.ลักษณะอาการของผู้ที่มีปัญหา

                -ใช้เวลากับสิ่งหนึ่งสิ่งใดมากเกินไป เช่น การเรียนหรืออยู่กับบ้าน เพื่อชดเชยหรือให้ลืมปัญหา

                -หากเป็นคริสเตียนหรือเป็นผู้นำคริสตจักร จะมาร่วมประชุมน้อยลง

                -หลีกเลี่ยงไม่ยอมพบปะกับผู้คน

                -อ่านพระคัมภีร์(อธิษฐาน)น้อยลง จนถึงไม่อ่าน(ไม่อธิษฐาน)เลย

                -มีอาการเหม่อลอยในบางครั้ง มักจะพูดถึงตนเองในทำนองน้อยอกน้อยใจ

                -นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท

                -ใช้เวลาในการดูทีวี หรือท่องอินเตอร์เนทมากไป

                -มองโลกในแง่ลบ

                -กลายเป็นคนที่ปกป้องตนเอง

                -ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้กลายเป็นโรคหวาดระแวง

                ตัวอย่าง : ชายป่วยเป็นโรคหวาดระแวง คิดว่ามีคนมานอนอยู่ใต้เตียง ไปหาหลายหมอแต่รักษาไม่หาย วันหนึ่งไปตัดผมและปรึกษาปัญหากับช่างตัดผม ช่างตัดผมได้ไปตัดขาเตียงทั้งสี่ด้านออก นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชายคนนี้นอนหลับสบายทุกคน

๕.วิธีผ่อนคลายของที่ปรึกษา

                ที่ปรึกษามักจะได้รับความกดดันและความเครียดบ่อยๆ อาจารย์ John Walton ศิษยาภิบาลที่มีชื่อเสียงชาวนิวซีแลนด์ ได้แนะนำผู้รับใช้ของพระเจ้าดังนี้

                (๑)หายใจลึกๆ เติมออกซิเจนให้เต็มปอด นับหนึ่งถึงห้าแล้วค่อยๆปล่อยออกมา

                (๒)ทำใจให้สุขุมเยือกเย็น “ใจเย็นเป็นสุข ใจร้อนนอนคุก”

                (๓)จงไว้วางใจในพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ “จงวางในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า อย่าพึงพาความรอบรู้ของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า แล้วพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น”  (สภษ. ๓.๕-๖)

 
TAG :
เขียนเมื่อ :  28 ตุลาคม 2556 13:13:03 เข้าชม :  3294   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หลักการให้คำปรึกษาและความหมาย  
หลักการให้คำปรึกษาและความหมาย
หลักการให้คำปรึกษาและความหมาย
เข้าชม : 1102 ครั้ง
การให้คำปรึกษาที่ดี  
การให้คำปรึกษาที่ดี
พระคัมภีร์บันทึกว่า “พระเจ้าทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์” (อสย.๙.๖) ซึ่งอิสยาห์ได้เล็งถึงพระเยซูคริสต์ที่จะเสด็จมาบังเกิดในโลกนี้ เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นจากความผิดบาป และมีชีวิตนิรันดร์ กษัตริย์ดาวิดได้กล่าวถึงพระเจ้าว่า “พระองค์ทรงประทานคำปรึกษาแก่ข้าพเ
เข้าชม : 3403 ครั้ง
ผู้รับใช้กับการให้คำปรึกษา   ผู้รับใช้คือใคร  
ผู้รับใช้กับการให้คำปรึกษา ผู้รับใช้คือใคร
มีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งเป็นโรคสมองเสื่อม จึงเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดเปลี่ยนสมองใหม่ เมื่อหมอทำการผ่าตัดเอาสมองของเขาออกแล้ว ปรากฏว่าคนไข้หายไปจากโรงพยาบาลอย่างไร้ร่องรอย สามเดือนต่อมาเขากลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
เข้าชม : 1224 ครั้ง
เข้าใจลักษณะนิสัยของมนุษย์  
เข้าใจลักษณะนิสัยของมนุษย์
มนุษย์มาจากการทรงสร้างของพระเจ้า (กจ. ๑๗.๒๖-๒๗) แต่ละคนมีลักษณะนิสัยที่ไม่เหมือนกัน เรียกว่า character และ personality แต่โดยรวมแล้วแบ่งออกเป็น ๔ แบบด้วยกัน ๑ คร. ๒.๑๐-๓.๔ เปาโบแบ่งมนุษย์ในโลกออกเป็น ๓ พวก คือ มนุษย์ธรรมดา มนุษย์ฝ่ายวิ
เข้าชม : 1567 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai