ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด มุมมอง ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ มุมมองคริสเตียน ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นดัง...
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์เดิม
อธิบายพระคัมภีร์ใหม่
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความเกาะติดกระแส
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
มุมสุขภาพ
กลอน
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » บทความทั่วไป

คนรวยกับคนจน

คนรวยกับคนจน

   ธวัช เย็นใจ

 

                คนรวยกับคนจนแตกต่างกันอย่างไร?

                สมัยหนึ่งเรามีเพลงลูกทุ่งที่ร้องว่า “คนจนคนรวย ไม่ช้าก็ม้วยมรณา คนดีคนบ้า ไม่ช้าก็ตายทุกคน...คนจนก็คน คนรวยก็คน...”  ชาวรัสเชียเขาบอกว่า “คนรวยกันคนจนต่างก็ได้กินน้ำแข็งเหมือนกัน เพียงแต่คนรวยได้กินในหน้าร้อน ส่วนคนจนได้กินในหน้าหนาว”

                มีคนกล่าวว่า คนรวยกับคนจนมีความคิดต่างกัน พอตื่นเช้าขึ้นมาคนรวยคิดว่า “วันนี้จะกินอะไร?” ส่วนคนจนก็คิดว่า “วันนี้จะเอาอะไรกิน?” มาถึงเรื่องเครื่องนุ่งห่ม คนรวยคิดว่า “วันนี้จะใส่ชุดไหน?” และคนจนก็คิดว่า “วันนี้จะเอาชุดที่ไหนใส่?” มีเรื่องเล่าว่า พนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถามหัวหน้าของเขาว่า “ทำไมคนรวยจึงให้ทิปน้อย แต่คนจนให้ทิปเยอะ?” หัวหน้าของเขาตอบว่า “ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก เพียงแต่คนรวยไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนเองรวย ส่วนคนจนก็ไม่ยากให้คนอื่นรู้ว่าตนเองจน ก็เท่านั้น!

                เราได้อ่านพบในพระวจนะว่า ส่วนใหญ่แล้วพระเจ้าตรัสสั่งให้ดูและเอาใจใส่คนยากจนข้นแค้น และดูเหมือนว่าพระองค์ทรงเมตตาเข้าข้างและยกย่องคนยากไร้ด้วย เช่นในกรณีหญิงม่ายที่ถวายเงินทั้งหมด และลาซารัสที่เป็นขอทานแต่ได้ขึ้นไปอยู่ที่อกของอับราฮัม(สวรรค์)  พระคัมภีร์สอนว่า ให้คริสเตียนที่ยากจนภาคภูมิใจในฐานะของตนเอง เพราะพระเจ้าจะทรงเชิดชูเขาขึ้น ส่วนคนมั่งคั่งนั้น ไม่ช้าไม่นานพวกเขาจะต้องล่วงลับดับสูญไปเหมือนกับดอกไม้ใบหญ้า (ดู ยก. ๑.๙-๑๐)

                ในคริสตจักรของพระเจ้าไม่ว่ายากดีมีจน เราต่างเป็นพี่น้องในพระกายเดียวกัน ไม่มีใครต่ำและไม่มีใครสูง เพราะทุกคนคือคนบาปที่ได้รับพระคุณของพระเจ้าทั้งสิ้น “เรารอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ มิใช่เรากระทำเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า” (อฟ. ๒.๘-๙)

                คริสเตียนที่ร่ำรวยก็ไม่ต้องโอ้อวด ส่วนพี่น้องที่เป็นคนจนก็ไม่ต้องมีปมด้อย!

                ข้อคิด : ผู้ที่อยู่ในฐานะยากจนจงขยันขันแข็งในการทำงาน (หาเงินและรู้จักสะสมเงิน) และมีความชื่นชมยินดีที่พระเจ้าทรงเรียกและเลือกท่านมาเป็นบุตรของพระองค์ ส่วนอยู่ที่อยู่ในฐานะมั่งคั่ง ก็จงอย่าวางใจในทรัพย์สมบัติเงินทอง (สิ่งอนิจจังแห่งโลกนี้) แต่จงวางใจพระเจ้า

                ในด้านชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณนั้น พระคัมภีร์บอกว่า ไม่มีใครได้รับสิทธิพิเศษหรือรับความโปรดปรานมากกว่ากัน จงตระหนักว่า เจ้าทรงรักทั้งคนรวยและคนจน ในวันสุดท้ายเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา ทุกคนก็จะมีฐานะเท่าเทียมกันในสวรรค์คือมีชีวิตนิรันดร์.
 
TAG :
เขียนเมื่อ :  15 ตุลาคม 2556 22:23:50 เข้าชม :  875   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบวินัยนำสู่ชัยชนะ  
ระเบียบวินัยนำสู่ชัยชนะ
"วินัย" คือ ระเบียบที่กำหนดไว้ให้ปฏิบัติ!
เข้าชม : 234 ครั้ง
อาหารรสเลิศ  
อาหารรสเลิศ
ทุกเช้าวันเสาร์คริสตจักรของเรามีกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ ชั่วโมงแรกเราเรียนพระธรรมฮีบรูกับอาจารย์ Ron Hamm ชั่วโมงต่อไปคือเราเรียนวิชาหลักการตีความหมายพระคัมภีร์กับศิษยาภิบาล แต่ในช่วงพักก่อนพวกเราก็มักจะได้คลายเครียดด้วยการถามปัญหาเชาว์กัน
เข้าชม : 533 ครั้ง
เรื่องเศร้าของน้องเอย  
เรื่องเศร้าของน้องเอย
ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา อากาศค่อนข้างร้อนที่สุดในประเทศไทย แต่ยังมีเรื่องร้อนมากกว่านั้นที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการ หนังสือพิมพ์และทีวีทุกช่อง รวมไปถึงสื่อทางอินเตอร์เนทได้ประโคมข่าวเรื่องของน้องเอย เด็กหญิงอายุเพียง ๓ ขวบ ตอนเช้าคุณแม่ได้ส่งตัวลูกสา
เข้าชม : 684 ครั้ง
เรื่องของ K-1หายเข้ากลีบเมฆ  
เรื่องของ K-1หายเข้ากลีบเมฆ
เลิกร้างกลางคัน! สัปดาห์ที่ผ่านมาใครที่ชอบกีฬาหมัดๆมวยๆ คงจะติดตามข่าวการแข่งขัน "เค-วัน" เมื่อแบล็คโกลด์ บัวขาววัย 32 ปีขึ้นชกในศึกเค-วันเวิร์ลด แม็คซ์ไฟนัล 2014 โดยปะทะหมัดเข่าและอาวุธร้ายทุกชนิดเป็นครั้งแรกในเมืองไทย กับเอ็นริโก เคห์ล นักชกชาวเยอรมันว
เข้าชม : 69 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai