ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นร้อน
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์ OT
อธิบายพระคัมภีร์ NT
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความใหม่ Update
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » บทความใหม่ Update

วันของคุณแม่

วันของคุณแม่

คำนำ
        ปีละครั้งที่ศิษยาภิบาลจะได้มีโอกาสเทศนาเรื่ิอง "คุณแม่" ในภาษาอังกฤษใช้หลายคำ mother, mom, mommy, คนไทยเราใช้คำนี้เกี่ยวกับสิ่งสำคัญเช่น แม่ครัว แม่งาน แม่ทัพ แม่น้ำ แม่บท แม่มด แม่ม่าย แม่ยาย แม่แรง แม่สื่อและแม่เหล็ก
       ในพระคัมภีร์ได้บันทึกเรื่ิองราวของคุณแม่ไว้มากมาย ล้วนเป็นบทเรียนสอนใจและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คริสเตียนทั้งหลาย เราเรียกเธอเหล่านั้นว่า "ซุปเปอร์มัม" - ยอดคุณแม่ มนุษย์มหัศจรรย์!  - ลองอ่านบทสัมภาษณ์ของนักจิตวิทยา!
        นักจิตวิทยา : คุณทำอาชีพอะไรครับ? ผู้เป็นสามี : ผมทำงานบัญชีในธนาคารแห่งหนึ่งครับ
       นักจิต : แล้วภรรยาคุณล่ะ?   สามี : เธอไม่ได้ทำอะไร เป็นแค่แม่บ้าน
       นักจิต : แล้วใครเป็นคนทำอาหารเช้าให้คนในครอบครัวครับ  สามี :  ก็ภรรยาผม เพราะว่าเธอไม่ได้ทำงานอะไร
       นักจิต : ภรรยาคุณตื่นมาตอนไหนเพื่อทำกับข้าว สามี : ประมาณตี 5  เพราะเธอต้องทำความสะอาดบ้านก่อนทำกับข้าวครับ
       นักจิต : แล้วเด็ก ๆ ไปโรงเรียนกันยังไงครับ  สามี : ภรรยาผมพาไป เพราะเธอไม่ได้ทำงานอะไร
       นักจิต : หลังจากส่งลูก ๆ ไปโรงเรียนแล้วเธอทำอะไรครับ สามี :  เธอก็ไปตลาด กลับบ้านเตรียมอาหารเย็น ซักผ้า รีดผ้า หมอก็รู้แล้วนี่ว่าเธอไม่ได้ทำอะไร
       นักจิต : แล้วตอนเย็นหลังจากเลิกงานกลับบ้านคุณทำอะไร? สามี  :  พักผ่อนครับ เพราะผมเหนื่อยกับการทำงานทั้งวัน
        นักจิต : แล้วภรรยาคุณทำอะไรล่ะ?  สามี :  เธอทำครัว เสริฟอาหาร ล้างจาน ถูบ้าน แล้วก็พาเด็ก ๆ เข้านอน
       
1.คุณแม่ผู้ว้าเหว่ (ปฐก. 1-4)
       ปฐก.1:26-28 คุณแม่ผู้ว้าเหว่ชื่อว่าเอวา-Eve แปลว่า "มีชีวิตอยู่" เธอเป็นผู้ที่ไม่มีสะดือ (นิยายเรื่องเชอร์ลอคโฮม) ทำไมเราเรียกเอวาว่า คุณแม่ผู้ว้าเหว่ เพราะเธอเกิดมาโดยไม่เจอมนุษย์สักคน ไม่มีพ่อแม่และญาติพี่น้อง มีแต่สัตว์เป็นเพื่ิอน ไม่มีใครคอยให้แนะนำสั่งสอน
       โดยปกติคนเราเกิดมาจะต้องมีพ่อแม่ที่เป็นตัวอย่างให้ดู ในการทำงานและดำรงชีวิต คุณจะคอยช่วยเหลือลูกสาวเมื่อเธอตั้งท้องและคลอดลูก แนะนำวิธีล้างขวดนม อาบน้ำเด็ก และเปลี่ยนผ้าอ้อม - แต่เอวาไม่มีใครช่วยเธอเลย
       แต่เธอสามารถเลี้ยงดูลูกให้เจริญเติบโตและรู้จักนมัสการพระเจ้า!
         # คุณเป็นคุณแม่ที่ว้าเหว่หรือ? พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะสถิตอยู่  - คุณเป็นลูกที่มีแม่ว้าเหว่หรือ? ขอจงโทร, ส่งข้อความไปหนุนใจคุณแม่!
 
2.คุณแม่ผู้ถ่อมใจ (1 ปต.3:1-6) 
        ในบรรดาสตรีในพระคัมภีร์ นางซาราห์เป็นหนึ่งในตัวอย่างของคุณแม่ที่ยอดเยี่ยม เปโตรบันทึกความดีของเธอไว้อย่างน่าประทับใจ 
        หนึ่ง ซาราห์เชื่อฟังสามี-อับราฮัม (ข้อ 1) สอดคล้องกับคำสอนของพระคัมภีร์ใหม่ "ภรรยาต้องเชื่อฟังสามีของตนทุกประการ" (อฟ. 5:22, คส. 3:18) สุภาพสตรีครับ ถ้าไม่พร้อมที่จะเชื่อฟังสามี อย่าแต่งงาน
        สอง มีจริยวัตรที่งดงาม "ประพฤตินอบน้อมและบริสุทธิ์" (ข้อ 2) ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง [ อย่าเป็นคนสองบุคลิกเหมือนภรรยาของพระศิวะ ในศาสนาฮินดู คือเจ้าแม่อรอุมาเทวีหรือเจ้าแม่ทุรคา (เจ้าแม่กาลี) กายสีดำ มีสิบแขน เขี้ยวยาว อลบลิ้นถึงทรวงอก]
        สาม ไม่ตกแต่งให้ดูสวยงามเฉพาะร่างกายเท่านั้น แต่แต่งจิตใจและวิญญาณด้วย คือสวยทั้งภายนอกและภายใน คือทำตามคำสอนของพระคัมภีร์ "แต่งด้วยเครื่องประดับที่ไม่รู้เสื่ิอมสลาย คือด้วยจิตใจที่สุภาพอ่อนโยนและจิตใจที่สงบ ที่มีค่ายิ่งในสายพระเนตรของพระเจ้า" (ข้อ 4)
         ชื่อของซาราห์ (Sarah) ในภาษาฮีบรูแปลว่า "เจ้าหญิง" (princess) คุณแม่คือเจ้าหญิงของพระเจ้า เจ้าหญิงของสามีและของลูกๆ 

3.คุณแม่ผู้มีใจกว้าง (1. ซมอ.1-2)
       เนื่องจากฮันนาห์เป็นคนที่มีชื่อเสียงในพระคัมภีร์เดิม เกี่ยวกับการอธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้า เธอเป็นหมันซึ่งเป็นเรื่ิองร้ายแรงและอับอายขายหน้าในทัศนะของชาวยิว จุดเด่นของฮันนาห์ไม่หาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง แต่มอบเรื่องไว้กับพระเจ้า 
         - ถ้าเป็นสมัยนี้จะปรึกษาสูตินารีแพทย์ ทำเด็กหลอดแก้ว หรือที่เรียกว่า "อุ้มบุญ" เช่นศิษยาภิบาลคริสตจักรแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เอาน้ำเชื้อผสมกับไข่ของภรรยาไปใส่ในมดลูดของสมาชิกหญิงคนหนึ่ง มีคนถามว่า แบบนี้ผิดพระคัมภีร์ไหม? 
       นางฮันนาห์อธิษฐานจนเอลีคิดว่า "เมาเหล้า"หรือเสียสติไปแล้ว (1:12-16) "ดิฉันมิใช่หญิงเลว แต่มีความกระวนกระวายและเศร้าใจมาก" แต่มันแปลกยิ่งกว่านั้น เมื่อพระเจ้าประทานลูกให้แล้ว ก็ไม่ได้หวงไว้เหมือนไข่ในหิน  แต่กลับมอบถวายเด็กน้อยซามูเอลให้แด่พระเจ้า (Samuel ชื่อหมายถึง "พระนามแห่งพระเจ้า" name of God or his name is El) - ต่างจากครอบครัวเอลี!
       ข้อคิด พระเจ้าไม่เคยรับอะไรฟรีๆ คุณให้ลูก, ชีวิต, สามีภรรยา พระองค์จะตอบแทนร้อยเท่าทวีคุณ "ยัดสั่นแน่นพูนล้น"
4.คุณแม่ผู้ขมขื่น (นรธ.1:1-22)
        พระคัมภีร์บันทึกถึงคุณแม่ที่มีชีวิตแสนโศกเศร้า คือนางนาโอมี เมื่อแผ่นดินยูดาห์เกิดความแห้งแล้งกันดาร เอลีเมเลคกับนาโอมีและลูกชายสองคน อพยพไปอยู่ในดินแดนคนต่างชาติ ลูกชายคือมาห์โลนและคิลีโอนก็ได้หญิงชาวโมอับมาเป็นภรรยาคือ โอร์ปากับรูธ
      แทนที่ชีวิตของนาโอมีจะดีขึ้นกลับแย่กว่าเดิม สามีต้องตาย และต่อมาลูกชายทั้งสองคนก็ตายตามไปด้วย เหลืออยู่แต่นาโอมีกับลูกสะใภ้ นางจึงตัดสินกลับมายังเบธเลเฮม(บ้านขนมปัง-อู่ข้าวอู้น้ำ) บ้านเกิดเมืองนอนพร้อมกับรูธลูกสะใภ้ 
       ชาวเมืองพากันมาทักทายนาโอมี แต่เธอตอบว่า "อย่าเรียกฉันว่านาโอมีเลย แต่ขอเรียกว่ามาราห์เถอะ" (1:19-21) Naomi แปลว่า สุขสบาย-สุขใจ (pleasantness) ส่วน Marah แปลว่าขมขื่นหรือเจ็บปวด แต่เมื่อเธอกลับมาหาพระเจ้าและเดินตามน้ำพระทัยของพระองค์ จึงกลายเป็นพระพรยิ่งใหญ่

5.คุณแม่ผู้เสียสละ (ลก. 1:26-38)
        มารีย์เป็นคุณแม่ผู้เสียสละ ที่ได้หมั้นไว้กับคนรักชื่อโยเซฟ แต่จู่ๆเธอก็ตั้งท้องขึ้นมา โดยหาคนเป็นพ่อไม่ได้ โยเซฟจะคิดอย่างไร? พ่อแม่ของมารีย์และชาวบ้านจะคิดอย่างไร? กฎหมายให้อำนาจลงโทษถึงประหารชีวิตได้
        สิ่งที่มารีย์เห็นว่าสำคัญมากที่สุดคือ ไม่ใช่ความคิดเห็นของมนุษย์ แต่พระประสงค์ของพระเจ้า ประการที่หนึ่ง "เธอเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปรานมาก จงชื่นชมยินดีเถิด" (ข้อ 27) คริสเตียนที่รัก คุณเป็นผู้ที่พระเจ้ารักและโปรดปรานใช่ไหม?
       ประการที่สอง "องค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่เธอ, อย่ากลัวเลย" - นี่เป็นความจริงทั้งในพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ ที่พระเจ้าตรัสสัญญากับคริสเตียนบ่อยครั้งว่าจะสถิตอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัว 
       ประการที่สาม "บุตรนั้นจะเป็นใหญ่ จะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า" (ข้อ 31) เมื่อมารีย์รู้ถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าแล้ว เธอไม่กังวลว่ามนุษย์จะคิดอย่างไร แต่คิดว่า พระเจ้าจะทำให้เธอเป็นพระพรต่อคนอื่นอย่างไร - ท่าทีของมารีย์ควรจะเป็นท่าทีของคุณแม่ทุกคน "ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระเป็นเจ้า ข้าพเจ้าพร้อมที่จะเป็นไปตามคำของท่าน" (ข้อ 37)

สรุป
      - เด็กชายเขียนเรียงความเรี่อง แม่ที่ดีของฉัน "จะต้องเป็นใจดี ยิ้มอยู่เสมอ ไม่ดุด่าและไม่ลงโทษ อนุญาตให้กินขนมได้ตลอดเวลา พาไปเที่ยวสวนสัตว์ คุณแม่ที่ดีจะซื้อเกมส์มือถือให้ฉันเล่น ทำอาหารอ
ร่อยๆ ช่วยทำการบ้าน คอยรับส่งที่โรงเรียน วันหยุดอนุญาตให้ฉันไปค้างบ้านเพื่ิอได้ ฉันอยากได้อะไรก็หาซื้อมาให้ทุกอย่าง.." ครูเขียนที่ท้ายกระดาษว่า "แม้แต่เทวดายังไม่กล้าเป็นแม่ของเธอ"
        พวกเราบางคนที่นี่ อาจจะมีคุณแม่แบบเอวาที่ว้าเหว่ ขอให้ลูกๆหนุนใจท่าน บางคนอาจจะเป็นคุณแม่ที่อ่อนน้อมถ่อมใจเหมือนซาราห์ ขอพระเจ้าอวยพระพรท่าน บางคนอาจจะมีแม่ที่ขมขื่นเหมืิอนนาโอมี จงเห็นใจท่านและอธิษฐานเผื่อ 
     สุดท้าย ขอพระเจ้าช่วยให้เราทุกคนเป็นเหมือนมารีย์ผู้เชื่อฟังพระเจ้าและยอมเสียสละเพื่อจะให้คนอื่นมาถึงความรอดในพระเยซูคริสต์.

 
TAG : อาจารย์ธวัช เย็นใจ นักเขียนวรรณกรรมคริสเตียนไทย บทความ ข้อคิด คำเทศนา หนังสือคริสเตียน, วันของคุณแม่,
เขียนเมื่อ :  25 สิงหาคม 2560 22:10:50 เข้าชม :  56   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ใครล่อลวงให้หลงผิด  
ใครล่อลวงให้หลงผิด
"การที่ผู้หนึ่งผู้ใดถูกล่อลวงให้หลงผิด กระทำบาปด้วยประการใดๆก็ตาม การล่อลวงนั้นมิได้มาจากพระเจ้าแต่อย่างใด เพราะไม่มีความชั่วที่จะล่อลวงพระเจ้าให้หลงผิดได้" (ยก.1:13) พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน "อย่า​ให้​คน​ที่​ถูก​ล่อลวง​กล่าวว่า “พระเจ้า​ทรงล่อลวง​ข
เข้าชม : 336 ครั้ง
หัวอกเมียน้อย น้ำตาเมียหลวง  
หัวอกเมียน้อย น้ำตาเมียหลวง
หัวอกเมียน้อย น้ำตาเมียหลวง
เข้าชม : 136 ครั้ง
พรบ.ศาสนาคริสต์ (ตอนที่ิ10)  
พรบ.ศาสนาคริสต์ (ตอนที่ิ10)
เรื่องที่พี่น้องคริสเตียนไทยเป็นห่วงเป็นใยมากที่สุด เกี่ยวกับการร่าง พรบ. ฉบับนี้คือ เรื่องอสังหาริมทรัพย์ของคริสตจักรต่างๆ แต่เดิมนั้น เรามักจะซื้อขายกันในนามของบุคคล คือเมื่อมีผู้เชื่อเกิดขึ้นในหมู่บ้านหรือท้องที่ใดที่หนึ่ง ก็จะมีการถวายทรัพย์
เข้าชม : 1649 ครั้ง
พระเจ้า (God)  
พระเจ้า (God)
เวลาที่คนไทยกล่าวคำอวยพร จะลงท้ายด้วยคำว่า "ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านมีความสุขความเจริญ เทอญ" ก็มีคนสงสัยและถามว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกนั้นคืออะไร? มีคำตอบมากมายหลายประการ แต่ดูเหมือนว่ามันมิได้ทำให้คลายความแคลงและจุใจเลย!
เข้าชม : 315 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai