ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นร้อน
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์ OT
อธิบายพระคัมภีร์ NT
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความใหม่ Update
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » ศิษยาภิบาล

ศิษยาภิบาลกับการเทศนา

11.ศิษยาภิบาลกับการเทศนา
     [สำหรับเรื่องนี้จะแยกออกไปเป็นวิชา "หลักการเทศนา" (Homiletics) โดยเฉพาะ ซึ่งจะเรียนเกี่ยวกับการเทศนาแบบอรรถาธิบาย หลักการตีความหมายพระคัมภีร์ (Hermeneutics) การเตรียมเทศนา การวิเคราะห์ การเขียนหรือจัดโครงร่างคำเทศน์ การเสาะหาตัวอย่าง(คำพันธุ์) รวมไปถึงบุคลิกและวิธีการต่างๆขณะที่เทศนาด้วย]
        1) พันธกิจอภิบาลศิษย์
         - ศิษยาภิบาลจะต้องมุ่งไปที่การทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ
         - ศิษยาภิบาลต้องทำหน้าที่ของตนเองตามหลักการของพระคัมภีร์
         - ศิษยาภิบาลจะต้องมีความกระตือรือร้น(มีไฟ) รับใช้ในคริสตจักรของตนเอง
         - ศิษยาภิบาลจะต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนเข้าพบปะกับตนได้ตลอดเวลา
         - ศิษยาภิบาลจะต้องใช้สิทธิอำนาจของตนเอง ตามที่พระวิญญาณบริสุทธ์ิมอบให้
         - ศิษยาภิบาลจะต้องเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด
        ศิษยาภิบาลต้องเลี้ยงดูสมาชิกในคริสตจักรด้วยพระวจนะของพระเจ้า (ยน. 21:17, 1 ปต.2:2) การเทศนาและการสอนพระคัมภีร์เป็นสิ่งที่ควบคู่กันไป (2 ทธ. 4:2) เปาโลบอกแก่ทิโมธีศิษยาภิบาลหนุ่มแห่งคริสตจักรเอเฟซัสว่า "จงอุทิศตัวท่าน...เพื่อการเทศนาและสั่งสอน" (1 ทธ.4:13) 
        เทศนา (preach) - คือการประกาศ การอธิบายพระคัมภีร์ ตักเตือนและนำพระวจนะมาใช้ในชีวิต
        สอน (teach) - คือการแนะนำ ให้ข้อมูลจากพระคัมภีร์ อธิบายและนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิต
        ข้อคิด เราสามารถสอนได้โดยไม่ต้องเทศนา แต่ไม่สามารถเทศนาได้โดยไม่มีการสอน

        2) ศิษยาภิบาลในฐานะนักเทศน์
        การเทศนา (preach) คือการอธิบายพระคัมภีร์ ชักชวน โน้มน้าวด้วยเหตุผล และตักเตือนให้ผู้คนเชื่อฟังและทำตามพระวจนะของพระเจ้า (2 ทธ.4:2) 
        การเทศนาเป็นการเปิดเผยพระวจนะ และหนุนใจผู้คนให้รักพระเจ้าและพระดำรัสของพระองค์ (สดด.119:14-14)
        การเทศนาเพื่อให้ผู้คนได้รู้จักและเข้าใจความจริงในพระวจนะและดำเนินชีวิตตามวิถีทางของพระเจ้า (2 ทธ. 4:2, นหม. 8:8-9) 
        การเทศนาเพื่อนำผู้คนมาถึงความรอด และเจริญเติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณ (2 ทธ. 3:15-16, อฟ. 4:11-14)
        การเทศนาไม่ใช่การยกย่องตนเอง สำแดงโวหาร  ความรู้ความสามารถ ครอบครัวและอื่นๆ (2 คร.4:5) ทั้งไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว หลักปรัชญา การเมือง ข่าวหนังสือพิมพ์  (2 คร. 2:1-5, คส.  2:6-8, 2 ปต. 1:19-21)
        ศิษยาภิบาลต้องระวังที่จะไม่ใช้ธรรมาสน์เป็นที่กล่าวโจมตีคนอื่น ไม่แสวงหาผลประโยขน์ของตนเอง (2 คร. 2:17)
         ศิษยาภิบาลต้องไม่เทศนาในเรื่องที่ขัดแย้งกับพระวจนะของพระเจ้า (1 คร. 4:6, มก.7:1-9)

        3) ความสำคัญของการเทศนา
        ศิษยาภิบาลได้รับสิทธิพิเศษให้ยืนอยู่ต่อหน้าพี่น้องคริสเตียน เพื่อกล่าวคำเทศนา ซึ่งต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ตนเองเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และเป็นเพียงผู้พูดแทนพระองค์เท่านั้น มีเวลาจำกัดครั้งละ 30-45 นาที ดังนั้น จะต้องเตรียมอย่างดี มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อจิตวิญญาณของสมาชิก วิธีหนึ่งที่นิยมกันมากคือ การเทศนาแบบ "ธรรมาธิบาย" (expository) อธิบายพระคัมภีร์เป็นเล่มหรือเป็นตอน โดยเจาะลึกลงไปในรายละเอียดแห่งพระวจนะของพระเจ้า บทต่อบทและข้อต่อข้อ และในตอนสรุปจะเรียกร้อง เชิญชวนและหนุนใจให้สมาชิกนำเอาพระคัมภีร์ที่เทศนานั้น ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตของตนเอง

        4) เทศนา PREACHING 
        ดร. เดนิส ม็อค ผู้เขียนหนังสิอคู่มือ Bible Training Center for Pastor ชุดวิชาที่ 4 "คำเทศนาสั่งสอนจากพระคัมภีร์และพันธกิจอภิบาลศิษย์" ได้ให้คำจำกัดความของการเทศนาไว้ดังนี้
        P = Proclaiming การประกาศพระวจนะของพระเจ้า ด้วยฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์
        R = Revealing การเปิดเผยพระวจนะของพระเจ้า เพื่อผู้คนจะเข้าใจถึงความจริงนั้นได้
        E = Explaining อธิบายถึงการที่จะเชื่อฟังพระเจ้า และนำพระวจนะของพระเจ้ามาใช้ในชีวิตอย่างเฉลียวฉลาด
        A = Advising การแนะนำผู้คนให้รู้ถึงผลดีผลเสียของการเชื่อฟัง สิ่งที่ติดตามมา และให้นำพระวจนะไปใช้ให้เกิดผลในชีวิต
        C = Challenging การท้าชวนด้วยความรัก ให้ผู้ฟังตอบสนองต่อพระวจนะของพระเจ้า 
        H = Holding ยึดถือสิทธิอำนาจและความน่าเชื่อถือแห่งพระวจนะของพระเจ้า เป็นมาตรฐานแห่งความจริงสูงสุด
         I = Imparting การปลูกฝังความรักและความห่วงใยลงในชีวิตของผู้คน 
        N = Never ไม่ใช้พระวจนะของพระเจ้าในทางที่ผิดเพี้ยน 
        G = Giving การถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าอย่างสูงสุด

 
TAG : อาจารย์ธวัช เย็นใจ นักเขียนวรรณกรรมคริสเตียนไทย บทความ ข้อคิด คำเทศนา หนังสือคริสเตียน, ศิษยาภิบาลกับการเทศนา,
เขียนเมื่อ :  8 สิงหาคม 2560 16:30:34 เข้าชม :  73   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คุณลักษณะศิษยาภิบาล  Pastor’s Character  
คุณลักษณะศิษยาภิบาล Pastor’s Character
มีคนอารมณ์ขันนิยามคุณลักษณะของศิษยาภิบาลว่าเขาควรจะเป็นคนที่ “หนังหนาเหมือนช้าง บึกบึนเหมือนแรด ขยันเหมือนหมด ตายยากเหมือนแมว อดทนเหมือนอูฐ สุภาพเหมือนนกพิราบ ไม่มีพิษภัยเหมือนแกะ เสียงเพราะเหมือนนกเขา กินได้ทุกอย่างเหมือนหมู และเฝ้าระแวดร
เข้าชม : 7174 ครั้ง
ศิษยาภิบาลกับการสร้างผู้นำคริสตจักร  
ศิษยาภิบาลกับการสร้างผู้นำคริสตจักร
ผู้นำสร้างผู้นำ ผู้นำที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือพรสวรรค์นั้นมีไม่มากนัก ส่วนมากเกิดจากการสร้างทั้งสิ้น
เข้าชม : 2549 ครั้ง
วิชาศิษยาภิบาล Pastoral  
วิชาศิษยาภิบาล Pastoral
.ศิษยาภิบาลกับการเทศนาสั่งสอนพระคัมภีร์
เข้าชม : 3307 ครั้ง
ศิษยาภิบาลกับภารกิจ  
ศิษยาภิบาลกับภารกิจ
คนไทยโดยทั่วไปไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำว่า “ศิษยาภิบาล” เพราะคำนี้เป็นภาษาของคริสเตียนโดยเฉพาะ ในพจนานุกรมไทยมีแต่คำว่า “ศิษย์ คือผู้ที่ได้รับการสั่งสอนจากครู” และคำว่า “อภิบาล คือ เลี้ยงดู, บำรุงรักษา”[1] ดังนั้น พวกเราจึงได้นำสองคำมาผสมผสานกันจนกลายเป็น “ศิษย
เข้าชม : 5354 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai