ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นร้อน
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์ OT
อธิบายพระคัมภีร์ NT
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความใหม่ Update
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » อธิบายพระคัมภีร์ OT

จงรักพระเจ้าด้วยสุดใจ ฉธบ. 6:1-25

จงรักพระเจ้าด้วยสุดใจ
ฉธบ. 6:1-25

คำนำ
        ชนชาติอิสราเอลเป็นคนที่มีความจำสั้นและลืมง่าย เหมือนกับคนทั่วไป รวมถึงพวกเราคริสเตียนด้วย เมื่อฟังเรื่องราวอะไร เมื่อเวลาผ่านไปแค่ห้านาที เราจะจำได้เพียง 15 % เท่านั้น (หากมองเห็นและจับต้องจำได้ถึง 35 %)
        ตัวอย่าง ในแค้มป์ผู้นำชอบเล่นเกมส์ "บอกต่อ" 
        ดังนั้น ในพระคัมภีร์ตอนนี้โมเสสจึงจำเป็นต้องทบทวนความจำของคนยิวอีกครั้ง หลังจากที่ท่านสอนพวกเขามาอย่างยืดยาวในพระธรรมอพยพและกันดารวิถี (นักเทศน์เรื่องกลับใจใหม่ทุกอาทิตย์ เพราะยังมีคนกลับใจไม่หมด)

1.จงยำเกรงพระเจ้า
        “ต่อไปนี้​เป็น​พระบัญญัติ กฎเกณฑ์​และ​กฎหมาย ซึ่ง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่านทั้งหลาย​ทรง​บัญชา​ให้​สอน​ท่าน เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​ทำ​ตาม​ใน​แผ่นดิน​ซึ่ง​ท่าน​จะ​ข้าม​ไป​ยึดครอง​นั้น เพื่อ​ท่าน​จะ​ยำเกรง​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​โดย​รักษา​กฎเกณฑ์​และ​พระบัญญัติ​ทั้งสิ้น​ของ​พระองค์ ซึ่ง​ข้าพเจ้า​บัญชา​ท่าน​และ​บุตรหลาน​ของ​ท่าน​ตลอดชีวิต​ของ​ท่าน เพื่อ​ว่า​วันคืน​ของ​ท่าน​จะ​ยืนยาว" (ฉธบ. 6:1-2) 
       ขอสังเกตว่า ไม่เพียงทำตามพระวจนะเท่านั้น แต่มี "ความยำเกรง" และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเราเคารพเทิดทูนพระเจ้า เห็นถึงความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรมและชอบธรรมของพระเจ้า และตระหนักว่าพระองค์ทรงอยู่ในฐานะของผู้พิพากษา
      ปญจ. 12:13 "จงยำเกรงพระเจ้าและรักษาพระบัญญัติของพระองค์"  สดด. 111:10, สภษ.1:7 "ความยำเกรงพระเจ้าเป็นที่เริ่มต้นของสติปัญญา" สภษ. 2:5 บอกว่าเมื่อเราเสาะแสวงหาพระเจ้า ฟังพระสุรเสียง ร้องทูลอธิษฐาน "แล้วจะเข้าใจในความยำเกรงพระเจ้า" สภษ.16:6 เราสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งชั่วด้วยความยำเกรงพระเจ้า

2.เกิดผลดี
       "โอ คน​อิสราเอล จง​ฟัง​และ​จง​ระวัง​ที่​จะ​ทำ​ตาม​เพื่อ​จะ​เป็น​การ​ดี​ต่อ​ท่าน และ​เพื่อ​ท่านทั้งหลาย​จะ​ทวี​ยิ่งขึ้น​ใน​แผ่นดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์ ดังที่​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่ง​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน​ได้​ทรง​สัญญา​กับ​ท่าน “โอ คน​อิสราเอล จง​ฟัง​เถิด พระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์​เท่า​นั้น​ทรง​เป็น​พระเจ้า​ของ​เรา" (ฉธบ. 6:3-4)
       พระคัมภีร์ตอนนี้ พระเจ้าได้บอกแก่โมเสส และให้ประกาศแก่ชนขาติ
อิสราเอลถึง "ผลดี" ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเชื่อฟังและทำตามพระดำรัสของพระองค์ "เพิ่มพูนทวีขึ้น" คือจำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้น ทรัพย์สมบัติจะมั่งคั่งขึ้น และมีอำนาจอิทธิพลเหนือบรรดาประชาชาติทั้งหลาย 
          เรื่องนี้เรานำมาประยุกต์ใช้ในฝ่ายจิตวิญญาณ เมื่อคริสเตียนเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้าและประพฤติตาม เขาจะรับพระพรทั้งฝ่ายร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ เหมือนดังคำอธิษฐานของยอห์น
 "ท่าน​ที่รัก ข้าพเจ้า​อธิษฐาน​ขอ​ให้​ท่าน​มี​สุขภาพ​แข็งแรง และ​มี​ความ​สุข​ความ​เจริญ​ทุกอย่าง ดัง​ที่​จิตวิญญาณ​ของ​ท่าน​กำลัง​เจริญ​อยู่​นั้น ข้าพเจ้า​ชื่นชม​ยินดี​อย่างยิ่ง เมื่อ​พี่น้อง​บางคน​มาหา​และ​เป็น​พยาน​ถึง​ชีวิต​ของ​ท่าน​อย่าง​จริงจัง​ว่า​ท่าน​กำลัง​ประพฤติ​ตาม​ความ​จริง ไม่มี​อะไร​ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​ยินดี​ยิ่ง​ไป​กว่า​นี้ คือ​ที่​ได้ยิน​ว่า​ลูกๆ ของ​ข้าพเจ้า​ประพฤติ​ตาม​ความ​จริง" (3 ยน. 1:2-4)

3.พระมหาบัญญัติ
        1) รักพระเจ้า
        “โอ คน​อิสราเอล จง​ฟัง​เถิด พระยาห์เวห์​เท่า​นั้น​ทรง​เป็น​พระเจ้า​ของ​เรา ท่าน​จง​รัก​พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุดจิต​สุดใจ​และ​สุด​กำลัง​ของ​ท่าน" (ฉธบ. 6:4-5) - ทุ่มเทกาย จิตใจและจิตวิญญาณเพื่อพระองค์!
        ในศาสนาอื่นๆคุณสามารถรับเอาคำสอนโดยไม่ต้องรักพระองค์นั้น แต่สำหรับคริสเตียนจำเป็นอย่างยิ่ง คือ 
       1. ยอมรับนับถือว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า 
       2. คุณจะต้องรักพระเจ้าด้วย และมิใช่รักแบบธรรมดาๆ แต่ "รักสุดจิตสุดใจและสุดกำลัง" [พระเยซูทรงอ้างในพระกิตติคุณสามเล่ม มธ. 22:37, มก. 12:30, ลก. 10:27] เพิ่มอีกหนึ่งข้อ "จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง" (ลวต. 19:18)
       คส. 3:16 "จงให้พระวจนะของพระคริสต์เปี่ยมล้นอยู่ในท่าน" (ดู สดด. 119:11)
         พระเยซูตรัสคำอุปมาเรื่องชาวสะมาเรียใจดีเพราะอะไร? คำถามว่าใครคือเพื่อนบ้านของข้าพเจ้า?
       2) สอนพระวจนะแก่คนอื่น
        ความรักย่อมแสดงออกด้วยการกระทำ "ท่าน​จง​สอน​ถ้อยคำ​เหล่านั้น​แก่​บุตรหลาน​ของ​ท่าน และ​จง​พูดถึง​ถ้อยคำ​เหล่านั้น​เมื่อ​ท่าน​นั่ง​อยู่​ใน​บ้าน เดิน​อยู่​ตามทาง นอนลง​หรือ​ลุกขึ้น จง​เอา​ถ้อยคำ​เหล่านี้​ผูก​ไว้​ที่​มือ​ของ​ท่าน​เป็น​หมายสำคัญ และ​คาด​ไว้​ที่​หน้าผาก​ของ​ท่าน​เป็น​สัญลักษณ์ และ​จง​เขียน​ถ้อยคำ​เหล่านี้​ไว้​ที่​เสา​ประตู​บ้าน และ​ที่​ประตู​ของ​ท่าน" (ฉธบ. 6:7-9)
        เหตุผลที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อจะให้พระวจนะของพระเจ้าอยู่ในสายตา อยู่ในสมองและอยู่ในความคิดคำนึงตลอดเวลา - ลักษณะของคนทีีมีความสุข(ผู้ชอบธรรม)คือ "ไม่ดำเนินตามคำชักชวนของคนชั่ว แต่ภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งวันและคืน" (สดด.1:1)

4.แผ่นดินแห่งพระสัญญา
       ฉธบ. 6:10-15 โมเสสได้บอกชนชาติอิสราเอลถึงคานาอันแผ่นดินแห่ง
พันธสัญญาของพระเจ้าที่พวกเขาจะเดินทางเข้าไปยึดครองว่า มีสภาพเป็นอย่างไร
บ้าง? เพื่อว่า เมื่อเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากระหว่างทางจะไม่ได้ท้อใจ!
       - คานาอันเป็นเมืองใหญ่และดีที่มีคนสร้างไว้แล้ว
       - มีบ่อน้ำที่ขุดไว้  - มีสวนองุ่นและสวนมะกอกเทศ 
       พร้อมกันนั้นพระเจ้าทรงเตือนว่า "เมื่อรับประทานอิ่มหนำสำราญแล้ว ระวังลืมพระเจ้าผู้ประทานสิ่งเหล่านี้" (ข้อ 12) เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะลืมพระเจ้า?

สรุป
       - จงยำเกรงพระเจ้า ดูว่ายำเกรงแค่ไหนก็ดูได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราแต่ละคน   
       - พระเจ้าทรงพระประสงค์ให้ชีวิตของเราเกิดผลดี แม้ว่าอาจจะมีความทุกข์ยากลำบากบ้าง [ตัวอย่างลาแก่ตกบ่อ เจ้าของต้องการฝังด้วยการกลบดิน]
       - จงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจและสุดกำลัง พร้อมกับรักเพื่ิอนบ้านเหมือนรักตนเอง คุณรักพระเจ้าแค่ไหนก็ดูได้จากคุณรักเพื่อนบ้านแค่ไหน!

 
TAG : อาจารย์ธวัช เย็นใจ, จงรักพระเจ้าด้วยสุดใจ ฉธบ. 6:1-25,
เขียนเมื่อ :  9 พฤษภาคม 2560 13:44:44 เข้าชม :  283   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
พระเจ้าทรงหวงแหนและแก้แค้น (1:2)  
พระเจ้าทรงหวงแหนและแก้แค้น (1:2)
ก่อนอื่นขอให้เราในพระคัมภีร์ข้อนี้ นาฮูมได้อธิบายถึงพระลักษณะของพระเจ้า อย่างแรกเกี่ยวข้องความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้้ากับบรรดาประชากรของพระองค์เอง คือความรัก และความเอาพระทัยใส่ อย่างที่สอง เป็นท่าทีของพระเจ้าต่อคนต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับ
เข้าชม : 935 ครั้ง
พระธรรมอพยพ EXODUS  
พระธรรมอพยพ EXODUS
ผู้เขียนพระธรรมอพยพคือโมเสส ซึ่งบันทึกประวัติชีวิตส่วนตัว ชีวิตช่วง ๔๐ ปีแรกในฐานะของราชบุตรของพระธิดากษัตริย์ฟาโรห์ ช่วงที่สองเป็นการหลบหนีคดีอาญาไปอยู่ในทะเลทรายแถบซีนาย มีครอบครัวและกลายเป็นคนเลี้ยงสัตว์ ช่วง ๔๐ปีที่สอง พระเจ้าได้ทรงเรียกให้เป็นผู้นำชน
เข้าชม : 5030 ครั้ง
อพย. 15:1-16:36  
อพย. 15:1-16:36
พระธรรมอพยพเราพบเรื่องสำคัญคือ ชนชาติอิสราเอล(ประมาณล้านกว่าคน) พบกับพระพรยิ่งใหญ่ เมื่อให้พระเจ้านำชีวิตของพวกเขาออกมาจากการเป็นทาส ข้ามทะเลแดง พบกับพระองค์ที่ภูเขาซีนาย และทรงนำในทะเลทราย 40 ปี! ตัวอย่าง : ลิงขับรถ!
เข้าชม : 1470 ครั้ง
เรียนพระธรรมอพยพ  
เรียนพระธรรมอพยพ
โมเสสเป็นลูกบุญธรรมของธิดากษัตริย์ฟาโรห์ ได้รับการศึกษาอย่างดีในราชสำนักแห่งอียิปต์ "โมเสสได้รับการสอนในเรื่องวิชาการทุกอย่างของชาวอียิปต์ มีสมรรถภาพในการพูดและกิจการต่างๆ" (กจ. 7:22) โมเสสได้พยายามช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติของตนด้วยการฆ่าชาวอียิปต์ และต้อ
เข้าชม : 1731 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai