ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
thaisermons.com  
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
หน้าแรก หนังสือแนะนำ ฟังเพลง ข่าว คลิปดีมีแง่คิด บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
Home หนังสือแนะนำ เพลง ข่าวคริสเตียน คลิปวีดีโอ บทความใหม่ ศิษยาภิบาล คำหนุนใจ บทความทั่วไป เพื่อนคริสเตียน เว็บบอร์ด
ขำขัน-ฮา-บนธรรมมาส
ประเด็นร้อน
คำเทศนา NT
อธิบายพระคัมภีร์ OT
อธิบายพระคัมภีร์ NT
คำปรึกษา
ศิษยาภิบาล
บทเทศน์อื่นๆ
บทความใหม่ Update
รูปนี้มีข้อคิด
บทความผู้นำ
คริสตจักร Church
บทความดีๆ
คำสอนเรื่องครอบครัว
พระคัมภีร์วันละคำ
คริสตจักรแบ๊บติส์เชียงใหม่
หนังสือแนะนำ
หนังสือแนะนำ
 
หมวด » ประเด็นร้อน

นมัสการพระแห่งธรรมชาติ

นมัสการพระแห่งธรรมชาติ!
: ธวัช เย็นใจ 

       
       เรา​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า “รูปเคารพ​ใน​โลก​นี้​เป็น​สิ่งไร้สาระ” และ “มี​พระเจ้า​แท้จริง​เพียง​องค์​เดียว” และ​แม้​จะ​มี​หลาย​สิ่ง​ที่​เขา​เรียก​กัน​ว่า​เจ้า​ใน​สวรรค์​และ​บน​แผ่นดิน​โลก ราว​กับ​ว่า​มี​พระเจ้า​และ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​มากมาย แต่​ว่า​สำหรับ​เรา​นั้น​มี​พระเจ้า​องค์​เดียว​คือ​พระบิดา ทุกสิ่ง​เกิดมา​จาก​พระองค์​และ​เรา​อยู่​เพื่อ​พระองค์ และ​มี​พระเยซูคริสต์​องค์พระผู้เป็นเจ้า​เพียง​องค์​เดียว ทุกสิ่ง​เกิด​มา​โดย​พระองค์​และ​เรา​ก็​เป็น​มา​โดย​พระองค์ (1 โครินธ์ 8:4-6 THSV11)

      คนในสมัยโบราณยังโง่เขลาในความเชื่อ เมื่อมองขึ้นไปในท้องฟ้าเห็นบรรดาดวงสว่างต่างๆก็คิดว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นพระหรือเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถดลบันดาลให้เกิดสิ่งที่ดีหรือเลวร้ายได้ จึงเกิดความคร้ามกลัวและกราบไหว้บูชายกย่องมันขึ้นเป็นพระ!
      เชื่อว่าผู้อ่านคงจะรู้จักดาวดวงหนึ่งชื่ิอยูเรนัส ซึ่งอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 2 พันล้านกิโลเมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 5 หมื่นกิโลเมตร มันใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 83.8 ปี และหมุนรอบตัวเอง 17 ชั่วโมง มวลสารของดาวยูเรนัสคือฮีเลียมและไฮโดรเจน เนื่องจากแกนของดาวดวงนี้เอียงมาก จึงมีหน้าร้อนราว 42 ปีและหน้าหนาว 42 ปี และมีดวงจันทร์โคจรอยู่รอบๆดาวยูเรนัส(เท่าที่พบแล้ว) 21 ดวง 

      เมื่อชาวกรีกโบราณมองขึ้นไปในท้องฟ้า เห็นดาวดวงนี้จึงมีจินตนาการเพริดแพร้ว แต่งเป็นเรื่องเป็นราว ว่าแต่เดิมนั้นมีแต่ความว่างเปล่า ลึกลับและน่าสะพรึงกลัว เรียกว่า chaos และแล้วก็มีไข่ใบหนึ่งเกิดขึ้น (ไม่ได้บอกว่ามาจากไหน) พอไข่แตกออกก็กลายเป็นความรัก จากนั้นก็เกิดเรื่องราวจักรๆวงศ์ๆขึ้นในแผ่นดิน ที่ชาวกรีกเรียกว่า ouranos และชาวโรมันเรียกว่า Uranus หรือยูเรนัสนั่นแหละ!
      เทพเจ้าอูรานอสได้แต่งงานกับเทพธิดาจีอา (Gaea) และให้กำเนิดลูกพวกแรกเป็นสัตว์ประหลาด หรือพวกไดโนเสาร์ และพวกอสูรกาย ลูกพวกที่สองเรียกว่าไซคลอปส์ (Cyclops) หมายถึง "ดวงตาแห่งกงล้อ" และลูกพวกที่สามเรียกว่าไททัน (Titans) เป็นเทพเจ้าที่่มีร่างกายใหญ่โต เมื่ออูรานอสเห็นลูกๆของตนมีรูปร่างน่าเกลียดน่าชัง ก็ไม่พอใจจึงจับโยนลงในทาร์ทารัส (Tartarus) ซึ่งเหวลึกใต้บาดาล และถูกจองจำไว้ที่นั่น ต่อมาพระนางจีอาได้ยุยงลูกชายคนหนึ่งชื่ิอโครนัสให้กบฎต่อบิดา...
       พระคัมภีร์บันทึกถึงความเป็นของดวงดาวว่าอย่างไร?  

       ประการแรก สิ่งที่เป็นธรรมชาติในห้วงอวกาศมิได้เกิดขึ้นเอง หรือเป็นมาโดยการดลบันดาลของเทพเจ้าองค์หนึ่งองค์ใด แต่ถูกเนรมิตสร้างโดยพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด "พระเจ้าตรัสว่า จงมีดวงสว่างต่างๆของภาคพื้นฟ้า" (ปฐก. 1:14) "แล้วพระเจ้าตรัสว่า ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาของเรา" (ปฐก. 1:26)

        เปาโลได้เป็นพยานต่อเหล่าเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตในกรุงเอเธนส์ว่า "พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก พระองค์มิได้สถิตในวิหารที่มนุษย์สร้างขึ้น" (กจ.17:24) จากนั้นท่านก็บอกอีกว่า พระเจ้าองค์นี้เป็นพระผู้สร้าง มิใช่เป็นพระที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้น (เป็นแบบรูปเคารพ) พระองค์ไม่ต้องการของเซ่นไหว้ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวหมู ไก่ตอน เหล้าขาว น้ำหวานสีแดง พวงมาลัยดอกไม้ ฯลฯ ตรงกันข้ามพระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานสิ่งสารพัดให้มนุษย์ต่างหาก 

        ประการที่สอง ดวงสว่างต่างๆบนท้องฟ้ามิได้เป็นพระ แม้ผู้คนจะเรียกว่า พระอาทิตย์ หรือพระจันทร์ก็ตาม แต่มันเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง และมีไว้เพื่อสำแดงพระเดชานุภาพอันเกรียงไกรของพระเจ้าและยังประโยชน์ให้แก่มวลมนุษย์ ดังที่ผู้เขียนพระธรรมสดุดีกล่าวว่า "ท้องฟ้าประกาศพระสิริของพระเจ้า และพื้นฟ้าสำแดงผลงานแห่งพระหัตถ์ของพระองค์" (สดด. 19:1)
        ข้อคิด : คริสเตียนไม่นมัสการธรรมชาติ แต่นมัสการพระเจ้าผู้ทรงสร้างธรรมชาติ!.
 
TAG : อาจารย์ธวัช เย็นใจ, นมัสการพระแห่งธรรมชาติ,
เขียนเมื่อ :  21 เมษายน 2560 12:25:32 เข้าชม :  229   ครั้ง แจ้งลบ
เว็บราคาพี่น้องคริสเตียน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หุบเขากระดูกแห้งเอเสเคียล ๓๗.๑-๑๔  
หุบเขากระดูกแห้งเอเสเคียล ๓๗.๑-๑๔
เอเสเคียลเป็นผู้เผยพระวจนะซึ่งถูกจับตัวไปอยู่ที่กรุงบาบิโลน ในช่วงก่อนที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกตีแตก พระเจ้าได้ใช้ท่านให้ประกาศข้อความพระดำรัสไปถึงทั้งชาวยิวที่ตกเป็นเชลยและที่อยู่ในยูดาห์(อิสราเอลทางเหนือแตกไปแล้ว) เตือนพวกเขาเกี่ยวกับการพิพากษาของพระองค์ ก
เข้าชม : 4061 ครั้ง
ประชากรของพระเจ้า  
ประชากรของพระเจ้า
ผมเป็นเด็กกำพร้าทั้งพ่อและแม่ เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็กอยู่ได้อาศัยกับพี่สาวที่กรุงเทพฯ วันหนึ่งพี่ชายก็เขียนจดหมายด่วนมาจากลำพูนบอกว่า ให้กลับบ้านทันที เพื่อยืนยันต่อผู้ใหญ่บ้านว่าผมตกสำรวจ ไม่มีชื่อในทะเบียนสำมะโนครัว ดังนั้น จึงมีการเพิ่มชื่อเข้าไปในทะเบ
เข้าชม : 2569 ครั้ง
ยุคสุดท้ายและวันของพระเจ้า  อิสยาห์ ๓๔.๑-๑๗  
ยุคสุดท้ายและวันของพระเจ้า อิสยาห์ ๓๔.๑-๑๗
พระธรรมอิสยาห์บทที่ ๓๔-๓๕ เป็นเรื่องเดียวกันกับบทที่ ๒๘-๓๓ และมีเนื้อหาเกี่ยวกับอนาคตศาสตร์ในบทที่ ๒๔-๒๗ และบทที่ ๑๓-๒๔[1] สำหรับอิสยาห์บทที่ ๓๔-๓๕ นี้กล่าวถึงเรื่องที่น่าสนใจมาก คือ
เข้าชม : 2728 ครั้ง
สุขภาพจิตวิญญาณคริสเตียน  ของท่านเป็นอย่างไร  
สุขภาพจิตวิญญาณคริสเตียน ของท่านเป็นอย่างไร
พระธรรมสุภาษิตส่วนใหญ่เขียนโดยกษัตริย์ซาโลมอน สุภาษิตตามความหมายของพจนานุกรมคือ “คำกล่าวสืบเนื่องกันมาเป็นคติสอนใจ” แต่พระธรรมเล่มนี้เป็นมากกว่าคติสอนใจ เพราะเป็นถ้อยคำที่ได้รับการสำแดงจากพระเจ้า ตามที่พระคัมภีร์กล่าวยืนยันว่า “พระวจนะทุกตอนได้รับการดลใจ
เข้าชม : 1603 ครั้ง
thaisermons.com
Contact Us : tawatyenjai@yahoo.com
Copyright 2012 © thaisermons.com
by.Tawat Yenjai